คัตเตอร์แคมป์ สมุทรปราการเจอ201ราย

สำหรับที่จังหวัดสมุทรปราการเองวันนี้ในเมื่อวานได้มีรายงานการผู้ติดเชื้อสูงมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯก็ยังน่าเป็นห่วงสำหรับคัตเตอร์ที่ล่าสุดนี้ได้เจอกับกรณีต้องจุดก่อสร้างย่านแพร่กสาแค้มป์คนงานหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจเชิงรุก200ราย

ปรากฎว่าพบผู้ติดเชื้อโควิค 19 แล้ว 65 ราย เมื่อวานนี้ก็พบผู้ติดเชื้อในสมุทรปราการไป 221 รายจังหวัดสมุทรปราการกลุ่มควบคุมโรคติดต่อสำนักงานสาธารณะสุขจังหวัดสมุทรปราการได้ออกมาเปิดเผยถึงจำนวนผู้ป่วย covid-19 ได้พบผู้ป่วยติด covid-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นอีก201รายและเสียชีวิต2รายรวมเป็น15รายยอดสะสมผู้ป่วยโควิด-19ระลอกใหม่พุ่ง2,368ราย

ซึ่งผู้ป่วยรายใหม่ที่เพิ่มจำนวน 201 รายเป็นการติดเชื้อในจำนวน 179 รายเป็นการติดเชื้อในพื้นที่จำนวน 179 รายพระสมุทรเจดีย์จำนวน 128 ราย โดยเป็นพนักงานผลิตเหล็กแห่งหนึ่งอำเภอเมือง 23 ราย อำเภอพระประแดง6รายอำเภอบางพลี 17 รายอำเภอบางเสาธง 1 ราย อำเภอบางบ่อ 4 ราย

และเป็นการรับมารักษาต่อในจังหวัดสมุทรปราการนวม22รายจำนวนผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นเพศชายรายหนึ่งอายุ 46 ปี โดยรายนี้มีโรคประจำตัวคือเบาหวานกับความดันสูง แล้วก็หญิงไทยอายุ 83 ปีเป็นคนมีโรคประจำตัวก็คือมะเร็งตับที่อยู่ก็คือกรุงเทพมหานครทั้งนี้คัตเตอร์โรงงานผลิตเหล็กในอำเภอพระสมุทรเจดีย์

โดยจุดเริ่มต้นเกิดจากที่พนักงานชาวเมียนมาร์มีอาการป่วยตั้งแต่ 17 เมษายน ทำให้มีการแพร่เชื้อให้กับเพื่อนร่วมห้องและเพื่อนในแผนกเดียวกันจะมีการพบว่าแพร่เชื้อไปเป็นจำนวนมากก็คือขยายวงกว้างออกไปพฤติกรรม เสี่ยงที่ระบาดได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากรับประทานอาหารร่วมกันนั่งคุยกันระหว่างรับประทานอาหารและยังดื่มน้ำแก้วเดียวกันอีกด้วย

ทางด้านของโรงพยาบาลจังหวัดสมุทรปราการประสานงานกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเมืองสมุทรปราการ ลงตรวจสอบพื้นที่ โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่พักอาศัยของแรงงานต่างด้าวที่ทำงานให้กับบริษัทรับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 6 ถนนพุทธรักษา ตำบลแพร่กษา อำเภอเมือง คนงานทั้งหมด 500 คน 

ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เคยเข้าไปตรวจแล้วก่อนหน้านี้ 1 ครั้ง ปรากฎว่าได้พบผู้ติดเชื้ออยู่อาศัยภายในแคมป์แห่งนี้จำนวน18คนแต่เข้ามาทำการตรวจเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่ทำการตรวจจำนวน200คนพบว่ามีผู้ติดเชื้อแล้วเป็นจำนวน 65 คน ยังไม่ได้รวมจำนวนยอดของผู้ติดเชื้อเมื่อวานนี้

คาดว่าน่าจะเป็นคัตเตอร์ใหม่ที่หน้าจับตามองในจังหวัดสมุทรปราการเลยทีเดียวในส่วนของจังหวัดนนทบุรีศูนย์ปฏิบัติการCovid 19 จังหวัดนนทบุรี ระบุว่าได้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 97 คน ออกเป็นหญิง58 ราย ชาย 39 ราย อยู่ในอำเภอเมือง 29 ราย อำเภอปากเกร็ด 24 ราย อำเภอบางใหญ่ 18 ราย อำเภอบางบัวทอง 18 ราย อำเภอบางกรวย 4 รายและ  อำเภอไทรน้อย 4 ราย

 

สนับสนุนโดย    ทางเข้า ufabet

พนักงาน work from home นัดเพื่อนไปกินข้าวในห้างจนติดโควิด-19 บริษัทไม่จ่ายเงินเดือน 

 

         ตั้งแต่มีการระบาดของไวรัสโควิคเข้ามาในประเทศไทยทำให้คนไทยนั้นต่างก็รู้จากการทำงานแบบ work from home หรือที่เรารู้จักกันดีว่าไม่ต้องไปทำงานที่บริษัทให้ทำงานที่บ้านแทน  โดยเมื่อปีที่ผ่านมานั้นหลายบริษัทได้ให้ลูกจ้างนั้น work from home กันเป็นระยะเวลาหลายเดือนเลยทีเดียวเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงที่อาจจะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้นั่นเอง

       อย่างไรก็ตามจากที่ทางบริษัทให้พนักงานของตนเองนั้น work from home ปรากฏว่ามีการเปิดเผยออกมาตามสื่อต่างๆมากมายเกี่ยวกับพนักงานที่ได้ work from home แล้วแอบหนีบริษัทไปเที่ยวทั้งทั้งที่เป็นช่วงเวลาของการทำงานโดยพัฒนาส่วนใหญ่เมื่อหนีไปเที่ยวก็จะมีการโพสต์ลง Facebook ว่าตนเองไปเที่ยวที่ไหนหรือเช็กอินลง Facebook ทำให้บริษัทนั้นสามารถจับได้ว่าไม่ได้ทำงานจริง

     ล่าสุดได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องราวของบริษัทที่มีการปรับให้พนักงาน work from home โดยมีกฎกติการ่วมกันว่าพนักงานจะต้องนั่งทำงานอยู่ที่บ้านและห้ามออกไปไหนอย่างเด็ดขาด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลางานและถ้าหากมีการให้ work from home แล้วพนักงานคนไหนยังคงติดเชื้อไวรัส covid -19 อยู่บริษัทจะไม่จ่ายเงินเดือนทันทีแต่ถ้าหากว่างช่วงที่ work from home แล้วปฏิบัติงานอยู่ที่บ้านและไม่มีการติดเชื้อไวรัสโควิคจะยังคงได้เงินเดือนเต็มจำนวนทั้งเดือน

         ซึ่งบริษัทดังกล่าวได้ให้พนักงานนั้น work from home กันแต่ปรากฏว่ามีพนักงานจำนวน 4 คนด้วยกันหลังจากที่หยุดอยู่บ้านเพื่อทำงานที่บ้านแล้วไม่ทำตามเงื่อนไขของบริษัทเพราะหยุดเพียงแค่ประมาณ 3 วันเท่านั้นก็ได้มีการชักชวนกันออกมานอกบ้าน

เพื่อไปกินข้าวสังสรรค์กันในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งแต่ปรากฏว่าหลังจากที่ออกนอกบ้านไปกินข้าวกันแล้วประมาณ 6-7 วันพนักงานทั้ง 4 คนเริ่มมีอาการคล้ายกับการติดเชื้อไวรัสโควิช- ดังนั้นจึงได้มีการไปตรวจหาเชื้อไวรัส covid ที่โรงพยาบาล

           และผลปรากฏออกมาว่าทั้ง 4 คนนั้นติดเชื้อไวรัสโควิคจึงได้แจ้งไปทางบริษัทซึ่งทางบริษัทเองก็มีนโยบายออกมาตัดเงินเดือนพนักงานทั้ง 4 คนทันทีเนื่องจากไม่ปฎิบัติตามกฎเงื่อนไขของการ work from home นั่นเองอย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องนี้นอกจากจะเป็นอุทาหรณ์เกี่ยวกับเรื่องของการไม่ซื่อสัตย์ในการทำงานแล้ว

ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือเมื่อทั้ง 4 คนนั้นติดเชื้อไวรัสโควิทต่างก็โทษกันไปมาว่าเชื้อไวรัสนั้นเริ่มต้นมาจากใครกันแน่ซึ่งก็ไม่สามารถหาจุดเริ่มต้นของเชื้อไวรัสได้ทำให้ทั้ง 4 คนที่เคยเป็นเพื่อนรักกันในที่ทำงานตอนนี้ไม่สามารถมองหน้ากันติดความสัมพันธ์การเป็นเพื่อนแย่ลงและในขณะนี้ 1 ใน 4 คนที่ติดเชื้อไวรัสโควิตอาการทรุดหนักแล้ว

 

สนับสนุนโดย.    ทางเข้า UFABET ภาษาไทย

อั้มพัชราภานางฟ้าตัวจริงยื่นมือเข้าช่วยเด็ก 9 ขวบที่มีข่าวชวนครอบครัวฆ่าตัวตาย

           เมื่อวันที่ 23 เดือนเมษายน  ปีพศ 2564    สำนักข่าวช่องอมรินทร์ได้มีการรายงานข่าวเกี่ยวกับครอบครัวหนึ่งที่บ้านกำลังจะถูกบังคับคดีขายทอดตลาดเนื่องจากว่าคุณพ่อซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัวนั้นเคยเซ็นค้ำประกันให้กับเพื่อนเพื่อไปซื้อรถกระบะ

โดยที่ผู้เป็นพ่อพ่อไม่ได้รู้เลยว่าเพื่อนของตนเองนั้นตั้งแต่ซื้อรถกระบะออกมาก็ไม่เคยผ่อนชำระหนี้มาก่อนและเมื่อถูกฝ่ายโตโยต้าลิสซิ่งทวงถามหนี้ก็ไม่มีการไปใช้หนี้แต่อย่างใดจึงถูกฟ้องร้องและเมื่อไม่มีการไปชำระหนี้ทางด้านศาลจึงได้มีการส่งเรื่องไปยังผู้ค้ำประกันให้รับผิดชอบแทน

      ซึ่งทางคนค้ำประกันไม่เคยได้รับเอกสารจากหมายศาลมาก่อนเนื่องจากว่าหมายศาลส่วนใหญ่จะส่งไปที่บ้านของเพื่อนที่เป็นคนซื้อรถกระบะจนถูกแจ้งบังคับคดีขายทรัพย์สินของผู้ค้ำประกันจึงทำให้ครอบครัวนี้รู้ว่าตนเองกำลังจะถูกขายบ้านออกไปไม่กี่วันซึ่งแน่นอนว่าครอบครัวนี้มีฐานะยากจนโดยผู้ค้ำประกันนั้นเป็นคนที่เลี้ยงลูกอยู่คนเดียวเนื่องจากภรรยาเสียชีวิตไปแล้ว โดยเขามีลูกอยู่ 2 คนและคนเล็กนั้นอายุเพียงแค่ 9 ขวบเท่านั้น

       ตามรายงานข่าวระบุว่าหลังจากที่ครอบครัวนี้ได้รับหมายศาลกูเป็นพ่อได้ให้ลูกสาววัย 9 ขวบอ่านเอกสารที่ทางศาลส่งมาให้จึงทำให้รู้ว่าบ้านกำลังจะถูกยึดและถูกนำไปขายต่อดังนั้นลูกสาววัย 9 ขวบจึงได้คุยกับผู้เป็นพ่อชักชวนพี่ชายให้ฆ่าตัวตายพร้อมกันโดยเด็กหญิงวัย 9 ขวบระบุว่าปัจจุบันครอบครัวของเธอนั้นก็มีฐานะยากจนอยู่แล้ว

ถ้าหากต้องถูกยึดบ้านและถูกยึดที่ดินไปเธอและพ่อรวมทั้งพี่ชายของเธอก็ไม่มีที่อยู่อาศัยดังนั้นเธอไม่ต้องการที่จะลำบากไปมากกว่านี้เธอจึงชักชวนคนในครอบครัวให้ฆ่าตัวตายหวังว่าเมื่อเกิดใหม่แล้วจะมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม

      และเมื่อคราวนี้ถูกแพร่กระจายออกไปทางด้านดาราสาวชื่อดังอั้มพัชราภาก็ได้มีการรวมตัวกันกับลูกศิษย์ของวัดท่าไม้และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสิริสาโรหลวงพี่อุเทนเพื่อทำการเรี่ยรายเงินมานำช่วยเหลือครอบครัวของเด็กหญิงวัย 9 ขวบคนนี้เนื่องจากว่าเกิดความรู้สึกสงสารที่เด็กหญิงอายุเพียงแค่ 9 ขวบเท่านั้นแต่มีความคิดที่จะอยากฆ่าตัวตายเพียงเพราะหนี้สินที่ครอบครัวไม่ได้ก่อ

      อย่างไรก็ตามข่าวเกี่ยวกับเรื่องของดาราสาวอั้มพัชราภาช่วยเหลือครอบครัวเด็กหญิงวัย 9 ขวบนั้นถูกเผยแพร่ออกมาจาก Facebook ของมูลนิธิสาโรจน์หลวงพี่อุเทน  โดยมีการถ่ายรูปปัญหาที่หลวงพ่อของวัดท่าไม้ได้มีการเดินทางไปยังบ้านของเด็กหญิงวัย 9 ขวบแนะนำเงินไปช่วยเหลือเพื่อให้นำไปใช้หนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    ufabet

โทรศัพท์มือถือทำหนุ่มขับรถเก๋ง หวิดเป็นฆาตกรทำเด็กตาย

          เมื่อวันที่ 1 2 เมษายน ปี พ.ศ 2564 ในโลกออนไลน์ ได้มีการแชร์ภาพซึ่งเป็นคลิปวีดีโอที่ได้มาจากกล้องวงจรปิดเป็นภาพที่รถเก๋งคันหนึ่งขับออกมาจากสี่แยกไฟแดงซึ่งเป็นสี่แยกตรงบริเวณเซ็นทรัลขอนแก่นและอยู่ๆก็วิ่งพุ่งเข้าชนเกาะกลางถนนซึ่งตรงบริเวณดังกล่าวนั้นมีเด็กนักเรียนชายคนหนึ่งยืนขายนมเปรี้ยวอยู่  โดยตรงจุดเกิดเหตุนั้นอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงพยาบาลขอนแก่นรามพอดี  

        อย่างไรก็ตามโชคดีเป็นอย่างมากที่เหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่มีผู้เสียชีวิตเนื่องจากเด็กชายที่ยืนขายนมเปรี้ยวอยู่นั้น  มีสติมากพอ  จึงสามารถวิ่งหลบรถได้ทันจึงส่งผลทำให้มีอาการบาดเจ็บเพียงนิดหน่อยเพียงเท่านั้นเอง   จากการพุูดคุยกับเด็กนักเรียนชายคนดังกล่าวนั้นระบุว่าชื่อว่านายนนท์มนัสซึ่งขณะนี้อายุ 16 ปีแล้วหารายได้เสริมด้วยการมายืนขายนมเปรี้ยวอยู่ตรงบริเวณสี่แยกตรงจุดที่เกิดเหตุนั้นเอง  

       นายมนัสนันท์ให้ข้อมูลว่าในขณะที่เขากำลังยืนอยู่ตรงบริเวณเกาะกลางซึ่งอยู่ใกล้กับเสาไฟนั้น เขาได้สังเกตเห็นว่ามีรถเก๋งคันนึงพุ่งออกมาหลังจากไฟเขียวแต่ลักษณะของรถเก๋งที่วิ่งออกมานั้นเหมือนกับว่าไม่ได้มองดูทางเพราะรถวิ่งเฉ ออกนอกเส้นกั้นถนน  เขาจึงได้ระมัดระวังตัวอยู่ก่อนแล้วแล้วเมื่อเห็นว่ารถใกล้เข้ามาแล้วไม่มีทีท่าว่าจะหลบดังนั้นเขาจึงได้วิ่งออกจากเสาไฟนั่นเอง 

        ซึ่งหลังจากที่เกิดอุบัติเหตุแล้วเสาไฟฟ้าที่รถเก๋งคันดังกล่าวพุ่งชนนั้นก็ได้รับความเสียหายมีร่องรอยการถูกรถชนและตรงบริเวณตรงจุดเกิดเหตุก็ยังมีชิ้นส่วนของรถยนต์ตกอยู่ซึ่งชาวบ้านบริเวณดังกล่าวนั้นช่วยกันเก็บเศษเล็กเศษน้อยของชิ้นส่วนรถยนต์ไปกองไว้ใต้กับเสาไฟฟ้า

เอาไว้ ทางเดินเจ้าหน้าที่กู้ภัยและชาวบ้านตรงบริเวณจุดเกิดเหตุดังกล่าวต่างก็บอกว่าสี่แยกตรงนี้เป็นสี่แยกที่ค่อนข้างอันตรายมากเรียกได้ว่าเป็นสี่แยกอาถรรพ์เลยก็ว่าได้

          เนื่องจากว่ามักจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นอยู่บ่อยครั้งไม่ว่าจะเป็นคนเดินข้ามถนนแล้วถูกรถชนหรือแม้แต่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่มาขายพวงมาลัยหรือขายนมเปรี้ยวตรงบริเวณสี่แยกแห่งนี้ก็มักจะถูกรถชนอยู่บ่อยครั้งเช่นเดียวกันส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ทางด้านชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ยืนยันว่าน่าจะเกิดจากการที่คนขับรถเก๋งนั้นไม่ได้มองดูถนนเพราะอาจจะมัวแต่สนใจโทรศัพท์มือถือทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ได้นั่นเอง 

           อุบัติเหตุหลักๆบนท้องถนนนั้นสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากคนขับรถที่ไม่ได้สนใจดูทางซึ่งอาจจะสนใจเหตุการณ์อื่นๆไม่ว่าจะเป็นการเล่นโทรศัพท์มือถือขณะขับรถหรือแม้แต่การที่ก้มลงหยิบสิ่งของซึ่งเหตุผลเหล่านี้มักจะทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นบนท้องถนนอยู่บ่อยครั้ง

 

สนับสนุนโดย.    เว็บพนันบอล ดีที่สุด

อุบัติเหตุบิ๊กไบค์ชนกำแพง ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 คน 

      อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดพิษณุโลกโดยเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน 9 นาทีของวันที่ 7 เดือนมีนาคมปีพศ 2564 สำหรับอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นที่บริเวณซอยดำริพัฒนาซึ่งอยู่ในอำเภอเมือง   

         เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นอุบัติเหตุที่มีชายหนุ่มและหญิงสาวคู่หนึ่งได้มีการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์มาด้วยความเร็วซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบแล้วพบว่าความเร็วที่ขับขี่มานั้นเกินกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ

             ซึ่งบริเวณดังกล่าวนั้นเป็นทางโค้งคาดว่าผู้ขับขี่รถบิ๊กไบค์นั้นอาจจะไม่สามารถควบคุมความเร็วได้จึงได้มีการขับรถพุ่งเข้าชนกำแพงซึ่งกำแพงดังกล่าวนั้นเป็นกำแพงที่ล้อมรอบหอพักแห่งหนึ่งเอาไว้โดยหอพักแห่งนี้นั้นตั้งอยู่ตรงบริเวณถนนไชยานุภาพนั่นเอง

      อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนเบื้องต้นนั้นผู้เสียชีวิตทั้งคู่นั้นคือนายศิริเกียรติและนางสาวศิรดาซึ่งทั้งคู่นั้นน่าจะเป็นแฟนกันนะทั้งคู่นั้นเพิ่งไปทำการกินเลี้ยงกลับมาโดยมีการไปกินเลี้ยงสำหรับกลุ่มที่ขับขี่บิ๊กไบค์

          ซึ่งน่าจะมีการกินแอลกอฮอล์ทำให้การขับรถมาตรงบริเวณพื้นที่ดังกล่าวนั้นทางผู้ขับขี่ไม่สามารถควบคุมรถไว้ได้ซึ่งอุบัติเหตุในครั้งนั้นส่งผลให้ทั้งคู่นั้นเสียชีวิตคาที่ทันทีและรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์นั้นก็เสียหายพังยับเยินอยู่ตรงบริเวณกำแพงที่ชนนั้นอีกด้วยนอกจากนี้อุบัติเหตุในครั้งนั้นยังส่งผลทำให้พื้นที่บริเวณนั้นได้รับความเสียหายเช่นท่อประปาแตกทำให้มีน้ำไหลนองเป็นจำนวนมากตรงบริเวณจุดเกิดเหตุนั่นเอง 

      สำหรับอุบัติเหตุในครั้งนี้นั้นเกิดขึ้นเพราะความประมาทของผู้ขับขี่รวมถึงอาจจะเกิดจากปัญหาที่ผู้ขับขี่นั้นมีการดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปในปริมาณที่มากทำให้ไม่สามารถมีสติที่จะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้และขับรถด้วยความเร็วนั่นเอง

         ซึ่งแน่นอนว่าอุบัติเหตุในครั้งนี้สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับญาติทั้ง 2 คนของผู้เสียชีวิตรวมถึงเพื่อนๆของทั้งคู่ที่มีโอกาสพูดคุยกันครั้งสุดท้ายในงานเลี้ยงฉลองกลุ่มบิ๊กไบค์และเหตุการณ์ในครั้งนี้น่าจะเป็นอุทาหรณ์ของนักดื่มได้เป็นอย่างดีว่าหากจะต้องมีการขับรถไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปจนทำให้ขาดสติเพราะเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้มากนั่นเอง 

       อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะมีชาวบ้านให้ปากคำเกี่ยวกับเรื่องของอุบัติเหตุในครั้งนี้ว่าน่าจะเกิดขึ้นเองจากความประมาทของผู้ขับขี่แต่ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะมีการตรวจสอบหาสาเหตุอีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะได้มีการส่งเรื่องดำเนินคดีตามกฎหมายส่วนทางด้านศพของผู้เสียชีวิตทั้งสองคนนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานให้ญาติของผู้เสียชีวิตมารับศพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

สนับสนุนโดย.  คาสิโนออนไลน์ เติมเงินขั้นต่ำ 100 เดียว

ลูกสาวคนตายแจ้งจับเมียหลวงใช้ไม้ทิ่มอวัยวะเพศ ส่อคดีพลิก 

         กำลังเป็นข่าวที่หลายคนในสังคมกำลังเฝ้าการติดตามผล  ว่าสุดท้ายแล้วคดีจะเป็นในทางทิศทางไหน  สำหรับคดีความดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นเมื่อมีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งถูกพบอยู่ในรีสอร์ทแห่งหนึ่งในสภาพเปลือยเปล่าและมีร่องรอยคล้ายกับว่าอวัยวะเพศนั้น

มีอะไรกระแทกทำให้เลือดออกเป็นจำนวนมากซึ่งหลังจากที่มีการส่งร่างของหญิงวัยกลางคนเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้วลูกสาวของคนเจ็บก็ออกมาให้สัมภาษณ์ทางสื่อว่าแม่ของตนเองนั้นถูกเมียหลวงตามไปทำร้ายร่างกายถึงในรีสอร์ต 

         โดยเธอมีหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดของทางรีสอร์ทที่สามารถจับภาพได้ว่าเมียหลวงนั้นได้ตามแม่ของเธอไปในขณะที่แม่ของเธอนั้นได้กับสามีของหญิงคนดังกล่าวและหลังจากที่เมียหลวงเข้าไปในรีสอร์ทได้ไม่นานแม่ของเธอก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสมีเลือดออกเต็มไปหมดอีกทั้งเมียหลวงยังมีการถ่ายคลิปเอามาโพสต์ในขณะที่แม่ของเธอนั้นได้รับบาดเจ็บในสภาพร่างกายเปลือยเปล่าอีกด้วย 

         อย่างไรก็ตามในช่วงแรกที่ลูกสาวของผู้บาดเจ็บไม่ออกมาร้องผ่านสื่อมวลชนและไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อเอาผิดเมียหลวงนั้นคนในสังคมพี่ได้รับข่าวสารนี้ต่างก็พากันต่อว่าเมียหลวงเป็นจำนวนมากเนื่องจากว่าถึงแม้ว่าหลายคนจะมองว่าหญิงคนที่ได้รับบาดเจ็บนั้นจะทำให้ถูกพี่แอบเป็นชู้กับสามีของคนอื่นแต่เมียหลวงก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำรุนแรงชู้รักจนได้รับบาดเจ็บสาหัสแบบนั้นและที่สำคัญนึกว่าวันที่จะทำร้ายร่างกายด้วยการนำไม้กวาดไปกระทุ้งอวัยวะเพศของฝ่ายหญิงจนเลือดออกเป็นจำนวนมาก

        สำหรับเรื่องราวนี้ผู้บาดเจ็บได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นระยะเวลานานหลายวันจนในที่สุดก็มีข่าวออกมาผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งทางโรงพยาบาลนั้นได้มีการชันสูตรศพเป็นที่เรียบร้อยแล้วและยืนยันว่าตรงบริเวณอวัยวะเพศของผู้เสียชีวิตนั้นไม่ได้มีร่องรอยของการถูกไม้กวาดหรือของแข็งใดๆที่แขนที่ลูกสาวของผู้เสียชีวิตได้ให้ข่าวสวนเลือดที่ออกมาตรงบริเวณอวัยวะเพศนั้นทางโรงพยาบาลยืนยันว่าเป็นเลือดของการมีประจำเดือนเพียงเท่านั้นเอง

   อย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องนี้นั้นทางบ้านเมียหลวงได้ออกมาชี้แจงว่าในวันที่เกิดเหตุนั้นเธอเข้าไปพบว่าผู้เสียชีวิตนั้นนอนแก้ผ้าอยู่ที่พื้นซึ่งเธอคิดว่าทางผู้เสียชีวิตนั้นน่าจะมีอาการของโรคกำเริบซึ่งเป็นกลางวันนั้นเองเธอยอมรับว่าเธอนั้นโกรธจึงได้มีการตบหน้าของผู้เสียชีวิตไปแต่ไม่ได้มีการใช้อะไรกระแทกไปที่อวัยวะเพศอย่างแน่นอนส่วนเสื้อผ้าของผู้เสียชีวิตนั้นก็เอามาฉีกแล้วเอาไปทิ้งในท่อระบายน้ำเธอต้องการที่จะให้ผู้เสียชีวิตนั้นภายหลังจากที่ฟื้นขึ้นมาแล้วไม่มีเสื้อผ้าสวมใส่เพียงเท่านั้น 

 

สนับสนุนโดย.    gclub ฝากขั้นต่ำ 20

เจ้าของร้านเครื่องมือการเกษตร  เสียชีวิตขณะล้างโอ่งน้ำ

          เมื่อวันที่ 15 เดือนมกราคม ปีพ.ศ. 2564   ที่จังหวัดกระบี่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจาก เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลกระบี่ว่า มีผู้เสียชีวิต จากการลงไปล้างโอ่งน้ำ  ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการติดต่อมายังโรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบข้อมูลทันที 

หลังจากเดินทางมาถึงที่โรงพยาบาลเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบญาติของผู้เสียชีวิตกำลังอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจและจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าผู้เสียชีวิตนั้นเป็นถึงเจ้าของร้านเครื่องมือการเกษตรชื่อดังอายุ 51 ปี

        ส่วนสาเหตุที่เสียชีวิตนั้น ทางด้านญาติของผู้เสียชีวิตแจ้งว่าน่าจะเกิดจากการที่ผู้เสียชีวิตนั้นได้ปีนลงไปในโอ่งน้ำขนาดใหญ่เพื่อทำการล้างโอ่งน้ำแต่คิดว่าน่าจะเกิดอาการหมดสติเพราะขาดอากาศหายใจยิงเสียชีวิตอยู่ภายในองค์นั้นเอง  สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ผู้ที่มาพบศพผู้เสียชีวิตคนแรกนั้นคือคนงานของผู้เสียชีวิตซึ่งในวันดังกล่าวนั้นมีคนงานทำงานอยู่ที่ร้านเป็นจำนวนมาก

       อย่างไรก็ตามได้มีคนงานคนหนึ่งพยายามเดินตามหาเจ้าของร้านแต่ไม่พบตัวเห็นเพียงรองเท้าแตะของเจ้าของร้านถอดวางอยู่ใกล้กับโอ่งน้ำเขาจึงเข้าใจว่าผู้เสียชีวิตน่าจะมีการปืนขึ้นไปบนโอ่งเพื่อไปล้างออกนั่นเอง  ดังนั้นเขาจึงปีนขึ้นไปเพื่อทำการเรียกผู้เสียชีวิตแต่ปรากฏว่าเมื่อชะโงกหน้าดูก็พบว่าผู้เสียชีวิตนอนลอยคออยู่ในโอ่งน้ำแล้ว 

     คนงานคนดังกล่าวยังเล่าอีกว่าตนเองพยายามที่จะนำร่างของผู้เสียชีวิตขึ้นมาแต่เนื่องจากว่าไม่สามารถดึงขึ้นมาได้เนื่องจากน้ำหนักมากจึงได้วิ่งไปยังบ้านของเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ที่สุดให้มาช่วยกันนำร่างของผู้เสียชีวิตออกมาแต่ก็ไม่สามารถนำออกมาได้อีกเจ้าหน้าที่สุดคนงานทุกคนที่มารวมตัวกันต่างก็ช่วยกันทุบโอ่งน้ำจึงสามารถนำร่างของผู้เสียชีวิตออกมาได้และนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีแต่อย่างไรก็ตามผู้เสียชีวิตก็เสียชีวิตตั้งแต่ก่อนที่จะนำตัวมาส่งโรงพยาบาลแล้ว

      ทางด้านญาติของผู้เสียชีวิตรวมถึงคนงานต่างก็ให้ข้อมูลตรงกันว่าผู้เสียชีวิตเป็นคนขยัน  และเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรงแต่ที่เสียชีวิตในครั้งนี้น่าจะเกิดจากอาการหมดสติเพราะอากาศในโอ่งน้ำนั้นมีน้อย

  ซึ่งเบื้องต้นอันตรายโรงพยาบาลกระบี่ได้มีการตรวจสอบสภาพศพเป็นที่เรียบร้อยแล้วไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด และเมื่อญาติไม่ได้ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงอนุญาตให้ญาติของผู้เสียชีวิตนำร่างของผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป 

           เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นอุบัติเหตุซึ่งเราสามารถระมัดระวังอุบัติเหตุแบบนี้ได้หากจำเป็นที่จะต้องเข้าไปทำความสะอาดบ่อหรือโอ่ง ที่อากาศถ่ายเทได้น้อยควรจะต้องมีคนคอยอยู่ใกล้ชิดอีก 1 คนเพื่อที่จะได้สามารถช่วยเหลือเราได้อย่างทันท่วงทีหากเรามีอาการวิงเวียนศีรษะ ในขณะที่ทำงานเชื่อได้ว่าถ้าหากในวันดังกล่าวนั้นผู้เสียชีวิตมีเพื่อนช่วยอีกหนึ่งคนที่คอยดูสถานการณ์อยู่ด้านนอกของโอ่งผู้เสียชีวิตอาจจะไม่เสียชีวิตเหมือนกับตอนนี้ก็ได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.  เปิดยูส ขั้นต่ำ 100

อาถรรพ์หาดบ้านแก้ง วันเดียว 3 ศพ

 

            ที่จังหวัดศรีสะเกษมีสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวกันเป็นอย่างมากนั่นก็คือหาดบ้านแก้ง  ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางน้ำที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นเนื่องจากส่วนใหญ่แล้วมักจะชวนกันมาเล่นน้ำที่นี่

          อย่างไรก็ตามมีเรื่องราวที่เศร้าสลดใจและคาดว่าอาจจะเป็นอาถรรพ์ของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เพราะเมื่อวันที่ 20 เดือนกุมภาพันธ์พ.ศ 2554 ที่ผ่านมาในช่วงเวลาประมาณ 16:15 น าทีนั้น  ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่ามีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำเสียชีวิตบริเวณหาดบ้านแก้งสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังนั้นเอง

       โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงก็พบว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 คนซึ่งคนแรกนั้นอายุ 26 ปีส่วนอีกคนนั้นอายุ 18 ปีโดยเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวที่นี่และเพื่อนๆของผู้เสียชีวิตทั้งสองคนก็ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าพวกเขาเป็นเพื่อนกันและนัดชวนกันมาเที่ยวทั้งหมด 6 คนด้วยกัน

           ซึ่งบางคนก็เล่นน้ำและบางคนก็กินเหล้าโดยทั้งสองคนนั้นได้มีการกินเหล้าเสร็จเรียบร้อยแล้วก็พากันไปเล่นน้ำโดยทั้งคู่นั้นกอดคอกันแล้วขวดลงไปในน้ำหลังจากนั้นก็ไม่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำอีกเลยทำให้เพื่อนๆพากันลงไปช่วยโดยมีเจ้าของร้านอาหารที่เปิดขายอาหารบนแพลงไปช่วยดำน้ำหาด้วย

             ซึ่งปรากฏว่าพบร่างทั้งสองคนนั้นอยู่ใต้แม่น้ำนั่นเองจึงรีบนำร่างทั้งสองคนขึ้นมาบนบกแต่น่าเสียดายว่าระหว่างที่กำลังปั๊มหัวใจให้นั้นปรากฏว่าทั้งคู่ก็เสียชีวิตแล้วจึงได้มีการประสานงานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมายังจุดเกิดเหตุและในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังหาหลักฐานและตรวจสอบจุดเกิดเหตุอยู่นั้นปรากฏว่าได้ยินเสียงชาวบ้านตะโกนให้ช่วย

           เนื่องจากว่ามีคนจมน้ำหายไป 1 คนซึ่งเป็นเด็กชายอายุ 13 ปีมาเที่ยวกับเพื่อนๆรวมกันทั้งสิ้นจำนวน 20 คนด้วยกันโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานให้นักประดาน้ำมาช่วยออกค้นหา  โดยต้องใช้เวลานานถึง 5 ชั่วโมงด้วยกันจึงพบศพเด็กชายนอนเสียชีวิตอยู่ใต้น้ำเมื่อนำร่างขึ้นมาก็ทำความเศร้าโศกเสียใจให้กับเพื่อนๆเป็นอย่างมาก

           โดยมีเพื่อนคนนึงให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าพวกเขามาเที่ยวด้วยกันทั้งหมด 20 คนและขณะที่กำลังจะกลับนั้นปรากฏว่าเพื่อนๆไม่พบตัวผู้เสียชีวิตจึงช่วยกันออกตามหาเพราะยังมีกระเป๋ารองเท้าและเสื้อผ้าของผู้เสียชีวิตวางอยู่จึงคาดว่าผู้เสียชีวิตอาจจะจมน้ำเสียชีวิตและโชคดีที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในพื้นที่จึงได้มีการร้องขอให้มาช่วยเหลือและสุดท้ายก็พบว่าเพื่อนเสียชีวิตอยู่ใต้น้ำนั่นเอง 

   นับได้ว่าเป็นความอาถรรพ์ของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้มากมาก เพราะวันเดียว มีคนตายวันเดียวกัน 3 ศพเลย

 

สนับสนุนโดย.    สมัครเอเย่นต์ ufabet

ถูกญาติของเจ้าบ่าวอัดคลิปวีดีโอประจานขนาดตรวจพรหมจารี

         มีรายงานข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศ  ประเทศที่เกิดเหตุนั้นคือประเทศอุซเบกิสถาน  โดยข่าวมีการรายงานถึงครอบครัวหนึ่งซึ่งได้มีการจัดงานแต่งงานกันขึ้นแต่ปรากฏว่าหลังจากที่ผ่านพิธีวิวาห์เสร็จเรียบร้อยแล้วกำลังจะส่งตัวเข้าหอทางด้านครอบครัวของเจ้าบ่าวเกิดความต้องการที่จะมีการตรวจสอบพรหมจารีของฝ่ายเจ้าสาวก่อนที่จะมีการส่งตัวเข้าหอ  

         สำหรับขั้นตอนในการตรวจพรหมจารีของเจ้าสาวนั้นเกิดขึ้นเมื่อเจ้าบ่าวได้มีการบอกกับบรรดาญาติของตนเองว่าเขาสงสัยว่าเจ้าสาวของเขานั้นจะไม่บริสุทธิ์ดังนั้นญาติพี่น้องของฝ่ายเจ้าบ่าวจึงถ่ายคลิปวีดีโอขณะที่มีการตรวจพรหมจารีโดยบังคับให้เจ้าสาวมากๆถอดกางเกงลงและตรวจบริเวณอวัยวะของเจ้าสาวซึ่งในขณะนั้นเจ้าสาวทำได้แค่เพียงปิดหน้าร้องไห้

        อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการอัดคลิปเรียบร้อยแล้วทางด้านญาติของเจ้าบ่าวนั้นได้มีการนำคลิปวิดีโอที่มีการตรวจพรหมจารีของเจ้าสาวไปเผยแพร่ในสังคมออนไลน์สร้างความอับอายให้กับเจ้าสาวเป็นหนังมากซึ่งภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับทราบจึงได้มีการเข้าจับกุมบรรดาบุคคลที่อยู่ในคลิปที่มีการบังคับตรวจพรหมจารีเจ้าสาวและจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าสาเหตุที่พวกเขาต้องทำแบบนั้นกับเจ้าสาวและนำไปโพสต์ในสังคมออนไลน์นั้นก็เพราะว่าเกิดความไม่พอใจทางด้านฝ่ายเจ้าสาว  เนื่องจากว่าพวกเขานั้นเรียกร้องเงินในการจัดงานแต่งงานในครั้งนี้กับพ่อของเจ้าสาวไปจำนวนแสนกว่าบาทแต่ปรากฏว่าพ่อของเจ้าสาวไม่ยอมจ่ายเงินค่าจัดงานแต่งงานให้จึงเกิดความไม่พอใจและจึงมีการออกฤทธิ์แล้วนำไปโพสประจานในโลกออนไลน์

           อย่างไรก็ตามทางด้านพ่อเจ้าสาวซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงให้ข้อมูลว่าจำนวนเงินที่พวกฝ่ายเจ้าบ่าวเรียกร้องมานั้นค่อนข้างสูงเกินไปและตนเองไม่มีเงินมากขนาดนั้นที่สำคัญทางด้านพ่อเลี้ยงของเจ้าสาวนั้นพึ่งรู้ว่าเจ้าบ่าวที่มาแต่งงานกับลูกสาวของตนเองนั้น เคยเป็นนักโทษมาก่อนซึ่งติดคุกในคดีข้อหาข่มขืนอีกด้วย  

        สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้นับได้ว่าเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสลดใจของคนที่เป็นเจ้าสาวเป็นอย่างมากเพราะสิ่งที่เจ้าบ่าวและทางญาติเจ้าบ่าวทำนั้นเป็นการดูถูกผู้หญิงซึ่งเป็นเจ้าสาวของตนเองอย่างชัดเจนและเห็นได้เลยว่าเจ้าบ่าวไม่ได้รักแฟนสาวของตนเอง

แต่ต้องการเรียกร้องเงินทองจากครอบครัวของฝ่ายหญิงมากกว่าเขาไม่ได้เงินจึงมีการทำร้ายจิตใจกันด้วยการนำคลิปไปเผยแพร่ซึ่งอันที่จริงแล้วถ้าเจ้าบ่าวรักเจ้าสาวของตนเองจริงการตรวจสอบพรหมจารีคงไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน  ดังนั้นนี่สามารถเป็นอุทาหรณ์ของหญิงสาวหลายๆคนได้ว่าก่อนที่จะตัดสินใจแต่งงานกับใคร ควรศึกษานิสัยใจคอของแฟนตัวเองให้ดีก่อนแต่งงาน

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

หญิงสาวท้องเสียเข้าห้องน้ำสุดท้ายกลายเป็นศพพร้อมทารกในครรภ์

    มีเรื่องราวสุดสะเทือนใจเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 เดือนกันยายนปีพศ2563 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่ามีศพของหญิงสาวอายุ 29 ปีเสียชีวิตภายในห้องน้ำพร้อมกันนั้นมีศพทารกเสียชีวิตอยู่ข้างๆของผู้ตายอีกด้วย

และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกู้ภัยเดินทางไปถึงพบศพของหญิงสาวและเด็กทารกอยู่ในห้องน้ำซึ่งมีคราบเลือดเต็มไปหมดทั้งด้านสามีของผู้เสียชีวิตให้การว่าขณะที่เกิดเหตุนั้นตนเองได้พาลูกชายวัย 2 ขวบออกไปซื้อขนมข้างนอกกลับมาอีกทีก็พบว่าภรรยานอนหมดสติในห้องน้ำด้วยความตกใจจึงได้วิ่งไปเรียกเพื่อนบ้านให้มาช่วย

เพื่อจะนำร่างภรรยาส่งโรงพยาบาลแต่ปรากฏว่าเพื่อนบ้านได้มองไปเห็นเด็กทารกนอนอยู่ด้านข้างภรรยาจึงทำให้เข้าใจว่าภรรยาน่าจะแท้งลูกจึงได้มีการติดตามกู้ภัยมาและเมื่อมาถึงพบว่าทั้งเล็กและภรรยาเสียชีวิตแล้วจึงได้มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบสอบอีกครั้งหนึ่ง 

           อย่างไรก็ตามทางด้านสามีของผู้เสียชีวิตรวมถึงทั้งเพื่อนบ้านที่อยู่ในละแวกบ้านทุกคนต่างให้การตรงกันว่าไม่มีใครรู้ว่าผู้เสียชีวิตนั้นได้ตั้งครรภ์เนื่องจากว่าตั้งตัวสามีเองแล้วก็เพื่อนบ้านเคยพยายามสอบถามหญิงสาวว่ามีการท้องหรือไม่

เนื่องจากว่าทุกคนเห็นว่าท้องของหญิงสาวนั้นขึ้นอย่างผิดปกติแต่หญิงสาวก็ปฏิเสธเลยมาว่าตนเองนั้นไม่ได้ท้องแต่อ้วนขึ้นเพราะว่าไปกินทุเรียนมาเยอะนั่นเองซึ่งหลายคนไม่เชื่อว่าเธอไม่ได้ท้องแต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรเนื่องจากเมื่อถามทุกครั้งพูดไป

ก็จะปฏิเสธตลอดว่าตนเองนั้นไม่ได้ท้องส่วนสาเหตุการเสียชีวิตนั้นทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดการณ์ว่าผู้เสียชีวิตน่าจะมาเข้าห้องน้ำเนื่องจากว่าก่อนหน้านั้นได้บอกกับสามีว่าตัวเองท้องเสียและเมื่อมาเข้าห้องน้ำอาจจะเกิดเหตุทำให้เด็กคลอดออกมาเอง

ซึ่งในจังหวัดนั้นเมื่อเด็กคลอดแล้วผู้เสียชีวิตจะมีเลือดออกเป็นจำนวนมากอาจทำให้เกิดอาการช็อคขึ้นมาได้แต่ไม่มีใครอยู่ภายในห้องจึงไม่มีใครที่จะช่วยเหลือในการส่งโรงพยาบาลได้ทันท่วงทีจึงเป็นสาเหตุให้ทั้งแม่และเด็กเสียชีวิตภายในห้องน้ำนั้นเอง

      อย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องนี้ควรเป็นอุทาหรณ์ให้หญิงสาวหลายๆคนให้ลองสังเกตร่างกายของตนเองหากพบความผิดปกติไม่มั่นใจว่าตนเองจะท้องหรือไม่ควรไปปรึกษาให้แพทย์ที่โรงพยาบาลทำการตรวจสอบอย่าคิดเองเออเองเพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อตนเองและลูกในครรภ์ได้เหมือนกับหญิงสาวคนนี้ สำหรับหญิงสาวที่เสียชีวิตนี้ทางด้านครอบครัวของสามีได้เตรียมรับศพไปบำเพ็ญกุศลให้แล้ว เพราะไม่สามารถติดต่อญาติทางฝั่งผู้ตายได้

 

สนับสนุนโดย  ufabet