อั้มพัชราภานางฟ้าตัวจริงยื่นมือเข้าช่วยเด็ก 9 ขวบที่มีข่าวชวนครอบครัวฆ่าตัวตาย

           เมื่อวันที่ 23 เดือนเมษายน  ปีพศ 2564    สำนักข่าวช่องอมรินทร์ได้มีการรายงานข่าวเกี่ยวกับครอบครัวหนึ่งที่บ้านกำลังจะถูกบังคับคดีขายทอดตลาดเนื่องจากว่าคุณพ่อซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัวนั้นเคยเซ็นค้ำประกันให้กับเพื่อนเพื่อไปซื้อรถกระบะ

โดยที่ผู้เป็นพ่อพ่อไม่ได้รู้เลยว่าเพื่อนของตนเองนั้นตั้งแต่ซื้อรถกระบะออกมาก็ไม่เคยผ่อนชำระหนี้มาก่อนและเมื่อถูกฝ่ายโตโยต้าลิสซิ่งทวงถามหนี้ก็ไม่มีการไปใช้หนี้แต่อย่างใดจึงถูกฟ้องร้องและเมื่อไม่มีการไปชำระหนี้ทางด้านศาลจึงได้มีการส่งเรื่องไปยังผู้ค้ำประกันให้รับผิดชอบแทน

      ซึ่งทางคนค้ำประกันไม่เคยได้รับเอกสารจากหมายศาลมาก่อนเนื่องจากว่าหมายศาลส่วนใหญ่จะส่งไปที่บ้านของเพื่อนที่เป็นคนซื้อรถกระบะจนถูกแจ้งบังคับคดีขายทรัพย์สินของผู้ค้ำประกันจึงทำให้ครอบครัวนี้รู้ว่าตนเองกำลังจะถูกขายบ้านออกไปไม่กี่วันซึ่งแน่นอนว่าครอบครัวนี้มีฐานะยากจนโดยผู้ค้ำประกันนั้นเป็นคนที่เลี้ยงลูกอยู่คนเดียวเนื่องจากภรรยาเสียชีวิตไปแล้ว โดยเขามีลูกอยู่ 2 คนและคนเล็กนั้นอายุเพียงแค่ 9 ขวบเท่านั้น

       ตามรายงานข่าวระบุว่าหลังจากที่ครอบครัวนี้ได้รับหมายศาลกูเป็นพ่อได้ให้ลูกสาววัย 9 ขวบอ่านเอกสารที่ทางศาลส่งมาให้จึงทำให้รู้ว่าบ้านกำลังจะถูกยึดและถูกนำไปขายต่อดังนั้นลูกสาววัย 9 ขวบจึงได้คุยกับผู้เป็นพ่อชักชวนพี่ชายให้ฆ่าตัวตายพร้อมกันโดยเด็กหญิงวัย 9 ขวบระบุว่าปัจจุบันครอบครัวของเธอนั้นก็มีฐานะยากจนอยู่แล้ว

ถ้าหากต้องถูกยึดบ้านและถูกยึดที่ดินไปเธอและพ่อรวมทั้งพี่ชายของเธอก็ไม่มีที่อยู่อาศัยดังนั้นเธอไม่ต้องการที่จะลำบากไปมากกว่านี้เธอจึงชักชวนคนในครอบครัวให้ฆ่าตัวตายหวังว่าเมื่อเกิดใหม่แล้วจะมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม

      และเมื่อคราวนี้ถูกแพร่กระจายออกไปทางด้านดาราสาวชื่อดังอั้มพัชราภาก็ได้มีการรวมตัวกันกับลูกศิษย์ของวัดท่าไม้และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสิริสาโรหลวงพี่อุเทนเพื่อทำการเรี่ยรายเงินมานำช่วยเหลือครอบครัวของเด็กหญิงวัย 9 ขวบคนนี้เนื่องจากว่าเกิดความรู้สึกสงสารที่เด็กหญิงอายุเพียงแค่ 9 ขวบเท่านั้นแต่มีความคิดที่จะอยากฆ่าตัวตายเพียงเพราะหนี้สินที่ครอบครัวไม่ได้ก่อ

      อย่างไรก็ตามข่าวเกี่ยวกับเรื่องของดาราสาวอั้มพัชราภาช่วยเหลือครอบครัวเด็กหญิงวัย 9 ขวบนั้นถูกเผยแพร่ออกมาจาก Facebook ของมูลนิธิสาโรจน์หลวงพี่อุเทน  โดยมีการถ่ายรูปปัญหาที่หลวงพ่อของวัดท่าไม้ได้มีการเดินทางไปยังบ้านของเด็กหญิงวัย 9 ขวบแนะนำเงินไปช่วยเหลือเพื่อให้นำไปใช้หนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    ufabet

หญิงสาวท้องเสียเข้าห้องน้ำสุดท้ายกลายเป็นศพพร้อมทารกในครรภ์

    มีเรื่องราวสุดสะเทือนใจเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 เดือนกันยายนปีพศ2563 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่ามีศพของหญิงสาวอายุ 29 ปีเสียชีวิตภายในห้องน้ำพร้อมกันนั้นมีศพทารกเสียชีวิตอยู่ข้างๆของผู้ตายอีกด้วย

และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกู้ภัยเดินทางไปถึงพบศพของหญิงสาวและเด็กทารกอยู่ในห้องน้ำซึ่งมีคราบเลือดเต็มไปหมดทั้งด้านสามีของผู้เสียชีวิตให้การว่าขณะที่เกิดเหตุนั้นตนเองได้พาลูกชายวัย 2 ขวบออกไปซื้อขนมข้างนอกกลับมาอีกทีก็พบว่าภรรยานอนหมดสติในห้องน้ำด้วยความตกใจจึงได้วิ่งไปเรียกเพื่อนบ้านให้มาช่วย

เพื่อจะนำร่างภรรยาส่งโรงพยาบาลแต่ปรากฏว่าเพื่อนบ้านได้มองไปเห็นเด็กทารกนอนอยู่ด้านข้างภรรยาจึงทำให้เข้าใจว่าภรรยาน่าจะแท้งลูกจึงได้มีการติดตามกู้ภัยมาและเมื่อมาถึงพบว่าทั้งเล็กและภรรยาเสียชีวิตแล้วจึงได้มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบสอบอีกครั้งหนึ่ง 

           อย่างไรก็ตามทางด้านสามีของผู้เสียชีวิตรวมถึงทั้งเพื่อนบ้านที่อยู่ในละแวกบ้านทุกคนต่างให้การตรงกันว่าไม่มีใครรู้ว่าผู้เสียชีวิตนั้นได้ตั้งครรภ์เนื่องจากว่าตั้งตัวสามีเองแล้วก็เพื่อนบ้านเคยพยายามสอบถามหญิงสาวว่ามีการท้องหรือไม่

เนื่องจากว่าทุกคนเห็นว่าท้องของหญิงสาวนั้นขึ้นอย่างผิดปกติแต่หญิงสาวก็ปฏิเสธเลยมาว่าตนเองนั้นไม่ได้ท้องแต่อ้วนขึ้นเพราะว่าไปกินทุเรียนมาเยอะนั่นเองซึ่งหลายคนไม่เชื่อว่าเธอไม่ได้ท้องแต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรเนื่องจากเมื่อถามทุกครั้งพูดไป

ก็จะปฏิเสธตลอดว่าตนเองนั้นไม่ได้ท้องส่วนสาเหตุการเสียชีวิตนั้นทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดการณ์ว่าผู้เสียชีวิตน่าจะมาเข้าห้องน้ำเนื่องจากว่าก่อนหน้านั้นได้บอกกับสามีว่าตัวเองท้องเสียและเมื่อมาเข้าห้องน้ำอาจจะเกิดเหตุทำให้เด็กคลอดออกมาเอง

ซึ่งในจังหวัดนั้นเมื่อเด็กคลอดแล้วผู้เสียชีวิตจะมีเลือดออกเป็นจำนวนมากอาจทำให้เกิดอาการช็อคขึ้นมาได้แต่ไม่มีใครอยู่ภายในห้องจึงไม่มีใครที่จะช่วยเหลือในการส่งโรงพยาบาลได้ทันท่วงทีจึงเป็นสาเหตุให้ทั้งแม่และเด็กเสียชีวิตภายในห้องน้ำนั้นเอง

      อย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องนี้ควรเป็นอุทาหรณ์ให้หญิงสาวหลายๆคนให้ลองสังเกตร่างกายของตนเองหากพบความผิดปกติไม่มั่นใจว่าตนเองจะท้องหรือไม่ควรไปปรึกษาให้แพทย์ที่โรงพยาบาลทำการตรวจสอบอย่าคิดเองเออเองเพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อตนเองและลูกในครรภ์ได้เหมือนกับหญิงสาวคนนี้ สำหรับหญิงสาวที่เสียชีวิตนี้ทางด้านครอบครัวของสามีได้เตรียมรับศพไปบำเพ็ญกุศลให้แล้ว เพราะไม่สามารถติดต่อญาติทางฝั่งผู้ตายได้

 

สนับสนุนโดย  ufabet

ไฟไหม้เฟอร์รารี่ป้ายแดง บนทางด่วนศรีรัช

     ไฟไหม้เฟอร์รารี่ เกิดเหตุไฟไหม้รถ Ferrari ป้ายแดงบนทางด่วนศรีรัชพบผู้ขับขี่เป็นชายอายุ 46 ปีศิวะนายสุรยุทธวัฒนาเกียรติคุณโดยทางเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้และดับไฟได้ภายใน 15 นาที

ซึ่งรถเสียหายไปประมาณครึ่งคันทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีรถถูกไฟไหม้อยู่บนทางด่วนศรีรัชซึ่งอยู่ระหว่างช่วงทางลงตรงยมราชบริเวณนั้นจะอยู่ตรงข้ามกับโรงพยาบาลรามาธิบดีเมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงดับเพลิงและได้สอบถามเจ้าของรถเกี่ยวกับสาเหตุของการไม่ในครั้งนี้  

ซึ่งนายศรายุทธก็ได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ารถคันดังกล่าวอยู่ระหว่างการทำสัญญาซื้อขายกับปู่เจ้าของรถซึ่งในวันนี้นายสรยุทธได้มีการนำรถมาขับลองก่อนจะมีการเซ็นสัญญาซื้อขายกันแต่เมื่อขับได้มาถึงตรงจุดเกิดเหตุนายศรายุทธก็รู้สึกว่ามีกลิ่นไหม้ออกมาจากตัวรถจึงได้จอดรถลงและเดินออกมาจากรถ

เพื่อจะดูแต่ยังไม่ทันได้เปิดดูห้องเครื่องรถก็พบว่าด้านหลังของตัวรถมีไฟไหม้ลามไปยังส่วนของด้านหน้าซึ่งทำให้นายสุรยุทธตกใจกลัวเป็นอย่างมากและจึงได้มีการแจ้งประสานงานให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยกันดับไฟที่กำลังเผาไหม้รถเฟอร์รารี่อยู่ในขณะนี้โดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการนำรถมาขึ้นในรถที่ประสบอุบัติเหตุไปไว้ตรง   สน. ทางด่วน 2

เพื่อเป็นการเคลียร์เส้นทางบนทางด่วนศรีรัตน์เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากน้ำมันรั่วออกจากตัวถังทั้งนี้จะต้องมีการสอบสวนต่อไปว่ารถดังกล่าวมีการนำเข้าอย่างผิดกฎหมายหรือไม่โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องมีการเชิญตัวนายศรายุทธไปให้ปากคำรวมถึงติดตามผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรถ Ferrari คันนี้ไปสอบปากคำทุกคน

      โชคดีมากที่ยังไม่ได้มีการซื้อรถ Ferrari คันดังกล่าวเพราะเอารถออกมาลองก่อนเพราะถ้าหากว่าซื้อรถโดยที่ไม่ได้ลองแล้วขับออกจากศูนย์ที่ขายลอตเตอรี่ให้นายสรยุทธคงจะเสียใจเป็นอย่างมากเพราะเพิ่งเซ็นสัญญาจ่ายเงินไปแต่ยังไม่ทันจะได้ใช้งานรถก็มาเสียซะแล้ว

แถมการเสียครั้งนี้ยังเกิดจากการเผาไหม้จากไฟพังเสียหายเดินถึงครึ่งคันซ่อมยังไงก็คงไม่กลับมาเป็นสภาพเดิมแน่นอนดังนั้นก็เหมือนกับเสียเงินฟรีๆแต่ไม่ได้รถมาขับเลยหรือว่าครั้งนี้นายสุรยุทธบุญมาเยอะถึงตัดสินใจที่จะลองรถก่อนแล้ว

มาพบว่ารถมีเหตุบกพร่องมากมายจนถึงขั้นทำให้ไฟไหม้ได้ขนาดนี้ก็โชคดีอีกเหมือนกันที่การที่ลดที่ถูกไฟเผาในครั้งนี้ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือได้รับอันตรายหรือไม่เสียชีวิตเลยสักคน

 

สนับสนุนโดย ufabet