ไฟไหม้ ไซโล อบข้าวโพดมูลค่าความสูญเสียกว่า 5 ล้านบาท 

           ไฟไหม้ ไซโล อบข้าวโพด   เมื่อวันที่ 17 เดือนกันยายน ปีพ.ศ 2564    เจ้าหน้าที่ตำรวจของสถานีตำรวจ สภ. เมืองแพร่ได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่ามีเหตุเพลิงไหม้ขึ้นที่ร้านสังคมพืชผล  โดยจุดที่เกิดเพลิงไหม้นั้นเป็นบริเวณไซโลอบข้าวโพด

  ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานงานไปที่หน่วยดับเพลิงเพื่อเข้าควบ  สำหรับการควบคุมเพลิงในครั้งนี้ต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

ถึงสามารถที่จะดับไฟได้แต่ยังต้องคอยระมัดระวังไม่ให้คนเข้าไปในพื้นที่เนื่องจากบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้นั้นยังคงมีความร้อนอยู่เพราะเป็นสถานที่ที่ใช้ในการอบข้าวโพดขนาดใหญ่ซึ่งมีชื่อเรียกว่าไซโล 

     จากการให้ปากคำของเจ้าของร้านสังคมพืชผลระบุว่าเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากฝีมือของพนักงานซึ่งพึ่งเข้ามาปฏิบัติงานได้เพียงแค่วันเดียว

ดังนั้นอาจจะยังไม่เข้าใจถึงวิธีการใช้งานของเครื่องอบข้าวโพดจนทำให้มีการใช้ไฟสูงมากจนเกินไปและกายทำให้เกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ซึ่งช่วงเวลาที่เกิดเพลิงไหม้นั้นเป็นช่วงเวลาที่คนงานนอนหลับแล้วเพราะเวลาเกิดเหตุนั้นเป็นช่วงเวลาประมาณ 03:00 น – 04:00 น

    อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่อยู่ในเหตุการณ์และเป็นคนที่ทางเจ้าของร้านพูดถึงนั้นได้ออกมาให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตัวเขาเองนั้นรับหน้าที่เป็นคนเฝ้าเครื่องช่วงประมาณที่เวลาเกิดเหตุเขาตื่นขึ้นมากลางดึก

และเห็นว่ามีควันไฟออกมาจากตรงบริเวณที่เป็นจุดอบข้าวโพดหลังจากนั้นเขาจึงได้วิ่งไปตามเพื่อนพนักงานคนอื่นๆมายังจุดเกิดเหตุเพื่อช่วยกันดับไฟอย่างไรก็ตามถึงแม้จะพยายามดับไฟแล้วแต่เนื่องจากความร้อนที่มันมีมากจนเกินไป

ทำให้ไม่สามารถดับไฟลงได้จึงได้มีการโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยประสานงานรถดับเพลิงเข้ามาดับเพลิงในจุดเกิดเหตุโดยมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและพนักงานช่วยกันดับไฟในครั้งนี้

       สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นตัวไซโลซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการอบข้าวโพดเสียหายในราคาอยู่ที่ประมาณ 5 ล้านบาทในขณะที่ในช่วงจังหวะที่เกิดเพลิงไหม้นั้นมีการอบข้าวโพดอยู่ประมาณ 90 ตันซึ่งข้าวโพดทั้งหมดได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเรียกพนักงานคนอื่นๆมาให้ปากคำเพิ่มเติมพร้อมทั้งมีการเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยเตรียมเรื่องเพื่อส่งดำเนินคดี

      อย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องนี้ถึงแม้ว่าความผิดเบื้องต้นจะมาจากพนักงานที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ แต่ก็ถือว่าเป็นความผิดพลาดของทางร้านเช่นเดียวกัน ที่ปล่อยปละละเลย ให้พนักงานใหม่ทำงานโดยที่ไม่มีการสอนงานให้มีการชำนาญก่อนที่จะมีการปล่อยให้ปฎิบัติงานจริง จนเกิดข้อผิดพลาดนี้ขึ้นมาได้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.  ufabet บาคาร่าออนไลน์

ห้องทดลองอู่ฮั่นต้นตอของโควิค-19

สมมติฐานต้นต่อที่เกี่ยวกับ covid-19 ที่รั่วไหลออกมาจากห้องปฏิบัติการสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น กำลังกลายมาเป็นประเด็นถกเถียงกันอีกครั้ง  ห้องทดลองอู่ฮั่น ถึงแม้ว่าการรายงานของคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญองค์การอนามัยโลกจะระบุว่ามีความเป็นไปได้น้อยมากก็ตาม 

หลายคนก็มองว่าครั้งนี้มันแตกต่างกันอย่างไรโดยครั้งที่แล้วเป็นกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐในยุคของโดนัลด์ทรัมป์ได้ออกมาเผยแพร่แต่ว่ามันเป็นการให้รายละเอียดกว้างๆเท่านั้นแต่ในครั้งนี้เป็นการบอกจำนวนนักวิจัยไวรัสวิทยาสถาบันอู่ฮั่นที่ชัดเจนมากขึ้นและในช่วงเวลาที่ป่วยก็ชัดเจนมากขึ้นด้วย

ซึ่งต้นตอของ covid 19 ก็ยังคงเป็นปริศนาแม้ว่าการระบาดของโลกจะผ่านมาไม่ต่ำกว่า 1 ปีแล้วก็ตามสมมติฐานเกี่ยวกับต้นตอที่ถูกพูดถึงมากขึ้นหลังจากสื่อทั่วโลกได้ตีข่าวเรื่องนี้อีกครั้งในวันนี้ สมมติฐานเรื่องนี้มีอะไรบ้างต้องย้อนกลับไปในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา 

คณะผู้เชี่ยวชาญองค์การอนามัยโลกได้ตั้งสมมติฐานเอาไว้ 4 ข้อใหญ่ๆสมมติฐานที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คือ covid-19 แพร่กระจายโดยผ่านตัวสัตว์ตัวกลางผ่านมาสู่มนุษย์ขนาดที่การแพร่เชื้อโดยตรงแล้วก็อาหารแช่แข็งที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสมีแนวโน้มที่เป็นไปได้เช่นเดียวกัน 

ส่วนข้อสุดท้ายข้อสันนิษฐานว่าเชื้อไวรัสหลุดรอดออกมาจากสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่นมีความเป็นไปได้น้อยมากแต่ตอนนี้ข้อสมมติฐานในข้อสุดท้ายกลายมาเป็นฉนวนวิวาทะครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐกับประเทศจีนขึ้นมาอีกรอบนึง 

ห้องทดลองอู่ฮั่น  ซึ่งทาง Wall Street journal ถือว่าเป็นสื่อเจ้าแรกที่รายงานอ้างข้อมูลหน่วยข่าวกรองของสหรัฐเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ครั้งแรกที่สหรัฐพูดถึงการรั่วไหลของเชื้อไวรัสจากสถาบันเชื้อไวรัสวิทยาอู่ฮั่นเนื่องจากกระทรวงการต่างประเทศในยุคโดนัลด์ทรัมป์ก็ได้พูดถึงเรื่องนี้ไว้ในเอกสารสรุปในช่วงต้นปีนี้ด้วยเราได้สรุปการเปรียบเทียบข้อมูลออกมาเล่าให้ทุกคนได้ฟังได้ดูได้อ่านกันโดยเป็นเอกสารหน่วยข่าวกรองชิ้นล่าสุดให้รายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนผู้ป่วยเวลาที่ป่วยประวัติในการเข้ารับการรักษาอย่างละเอียดกว่า 

จะเห็นได้ว่านักวิจัยทั้งสามคน จากสถาบันไวรัสวิทยาโดยอู่ฮั่น จะทำการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2562แต่ว่าการล้มป่วยของนักวิจัยทั้ง 3 คนนี้ เกิดขึ้นไม่นานก่อนที่ประเทศจีนจะเปิดเผยข้อมูล เกี่ยวกับข้อมูลการระบาดของ covid 19

ดังนั้นแล้วปัญหาก็อยู่ที่ว่ายังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับอาการป่วยและสาเหตุที่ทำให้นักวิจัยกลุ่มนี้เริ่มมีอาการป่วยจนถึงต้องเข้าโรงพยาบาลขณะที่เอกสารของกระทรวงการต่างประเทศแตกต่างกันออกไปเขาบอกว่านักวิจัยมีอาการคล้ายๆกับโควิด 19 และไข้หวัดตามฤดูกาล

แน่นอนว่าการรายงานข่าวของ The Wall Street ในครั้งนี้สร้างความไม่พอใจกับประเทศจีนเป็นอย่างมากวันนี้ก็ได้เห็นปฏิกิริยาของกระทรวงการต่างประเทศจีนที่ออกมาตอบโต้สหรัฐ สหรัฐต้องการตามหาต้นตอของฏควิด-19หรือว่าต้องการเบี่ยงเบนความสนใจกันแน่

 

สนับสนุนโดย.  ufabet บาคาร่าออนไลน์