ชายอ้างเป็นโมเดลลิ่ง หลอกพริตตี้ มาเสพยาก่อนข่มขืน 

          เมื่อวันที่ 1 เดือน พฤษภาคม  ปี พ.ศ. 2564  ได้มีหญิงสาวรายหนึ่งระบุว่าตัวเองนั้นเป็นนักศึกษาอยู่มหาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งได้เข้าดำเนินการแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เขาช่วยจับกุมชายคนหนึ่งชื่อว่านายเด่นภูมิโดยข้อหาที่ให้ทำการจัดกลุ่มนั้นก็คือมีการแอบอ้างเป็นโมเดลลิ่งและเรียกตัวพริตตี้ให้ไปรับงานเอนเตอร์เทน

แต่เมื่อเดินทางไปถึงยังสถานที่ที่แจ้งเอาไว้กับพบว่านายเด่นภูมินั้นใช้มีดบังคับจี้ให้พริตตี้เสพยาหลังจากนั้นก็ลงมือข่มขืนดูเหตุการณ์ในครั้งนี้มีพริตตี้จำนวนหลายๆที่เข้ามาให้ปากคำและแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเนื่องจากว่าถูกนายเด่นภูมิล่อลวงและบังคับข่มขืนเช่นเดียวกันซึ่งหญิงสาวที่มาแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.  บางขุนเทียน  

         อย่างไรก็ตามหลังจากที่พี่สาวได้ทำการแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจปรากฏว่าเมื่อทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงไม่ได้ทำการจับกุมในเด่นภูมิทันทีจนเป็นสาเหตุให้นายเด่นภูมินั้นสามารถหลบหนีการจับกุมไปได้โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่สามารถติดตามตัวนายเด่นภูมิมาดำเนินคดีได้เลย

         สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นพี่สาวที่มีการแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเล่าให้ฟังว่าตนเองนั้นมีอาชีพเป็นพริตตี้ได้รับการติดต่อจากนายเด่นภูมิซึ่งมีการทักแชทไปหาว่าต้องการพริตตี้จำนวนหนึ่งคนให้มารับงานเอนเตอร์เทนโดยนายเด่นภูมินั้นใช้รูปโปรไฟล์ปลอมโดยใช้โปรไฟล์เป็นรูปผู้หญิงหลังจากที่มีการพูดคุยกันแล้วจึงรู้ว่างานเอนเตอร์เทนในวันดังกล่าวนั้นพริตตี้จะได้รับค่าตัว 6,000 บาท

          ซึ่งเป็นการหักค่านายหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้วและยังมีพริตตี้คนอื่นอีก 2 คนที่ไปร่วมงานด้วยทำให้เธอนั้นรู้สึกไว้วางใจว่ามีเพื่อนร่วมงานคนอื่นจึงได้ตัดสินใจรับงานดังกล่าวแต่เมื่อพอไปถึงสถานที่ที่นายเด่นภูมิมีการแจ้งเอาไว้พอเปิดประตูเข้าไปก็พบนายเด่นภูมิอยู่ข้างในและไม่มีคนอื่นเลย  และนายเด่นภูมิก็ขังพริตตี้สาวคนดังกล่าวเอาไว้โดยใช้มีดบังคับให้พริตตี้สาวนั้นเสพยาไอซ์

        หลังจากนั้นก็บังคับข่มขืนพร้อมกับถ่ายคลิปเอาไว้แบล็คเมล์อีกด้วยโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้นั้นเธอสามารถที่จะหนีรอดออกมาได้เนื่องจากว่าเธอนั้น รอให้นายเด่นผมนอนหลับจึงได้มีการขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำคอนโดที่นายเด่นภูมิอาศัยอยู่หลังจากนั้นจึงประสานงานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมแต่ในที่สุดในเด่นภูมิก็สามารถหลบหนีไปได้นั่นเอง 

      สำหรับวงการพริตตี้นี้เป็นวงการที่สร้างรายได้ให้สาวสวยได้มาก แต่ก็สร้างอันตรายได้มากเช่นเดียวกัน 

 

สนับสนุนโดย    Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

ถูกญาติของเจ้าบ่าวอัดคลิปวีดีโอประจานขนาดตรวจพรหมจารี

         มีรายงานข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศ  ประเทศที่เกิดเหตุนั้นคือประเทศอุซเบกิสถาน  โดยข่าวมีการรายงานถึงครอบครัวหนึ่งซึ่งได้มีการจัดงานแต่งงานกันขึ้นแต่ปรากฏว่าหลังจากที่ผ่านพิธีวิวาห์เสร็จเรียบร้อยแล้วกำลังจะส่งตัวเข้าหอทางด้านครอบครัวของเจ้าบ่าวเกิดความต้องการที่จะมีการตรวจสอบพรหมจารีของฝ่ายเจ้าสาวก่อนที่จะมีการส่งตัวเข้าหอ  

         สำหรับขั้นตอนในการตรวจพรหมจารีของเจ้าสาวนั้นเกิดขึ้นเมื่อเจ้าบ่าวได้มีการบอกกับบรรดาญาติของตนเองว่าเขาสงสัยว่าเจ้าสาวของเขานั้นจะไม่บริสุทธิ์ดังนั้นญาติพี่น้องของฝ่ายเจ้าบ่าวจึงถ่ายคลิปวีดีโอขณะที่มีการตรวจพรหมจารีโดยบังคับให้เจ้าสาวมากๆถอดกางเกงลงและตรวจบริเวณอวัยวะของเจ้าสาวซึ่งในขณะนั้นเจ้าสาวทำได้แค่เพียงปิดหน้าร้องไห้

        อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการอัดคลิปเรียบร้อยแล้วทางด้านญาติของเจ้าบ่าวนั้นได้มีการนำคลิปวิดีโอที่มีการตรวจพรหมจารีของเจ้าสาวไปเผยแพร่ในสังคมออนไลน์สร้างความอับอายให้กับเจ้าสาวเป็นหนังมากซึ่งภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับทราบจึงได้มีการเข้าจับกุมบรรดาบุคคลที่อยู่ในคลิปที่มีการบังคับตรวจพรหมจารีเจ้าสาวและจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าสาเหตุที่พวกเขาต้องทำแบบนั้นกับเจ้าสาวและนำไปโพสต์ในสังคมออนไลน์นั้นก็เพราะว่าเกิดความไม่พอใจทางด้านฝ่ายเจ้าสาว  เนื่องจากว่าพวกเขานั้นเรียกร้องเงินในการจัดงานแต่งงานในครั้งนี้กับพ่อของเจ้าสาวไปจำนวนแสนกว่าบาทแต่ปรากฏว่าพ่อของเจ้าสาวไม่ยอมจ่ายเงินค่าจัดงานแต่งงานให้จึงเกิดความไม่พอใจและจึงมีการออกฤทธิ์แล้วนำไปโพสประจานในโลกออนไลน์

           อย่างไรก็ตามทางด้านพ่อเจ้าสาวซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงให้ข้อมูลว่าจำนวนเงินที่พวกฝ่ายเจ้าบ่าวเรียกร้องมานั้นค่อนข้างสูงเกินไปและตนเองไม่มีเงินมากขนาดนั้นที่สำคัญทางด้านพ่อเลี้ยงของเจ้าสาวนั้นพึ่งรู้ว่าเจ้าบ่าวที่มาแต่งงานกับลูกสาวของตนเองนั้น เคยเป็นนักโทษมาก่อนซึ่งติดคุกในคดีข้อหาข่มขืนอีกด้วย  

        สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้นับได้ว่าเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสลดใจของคนที่เป็นเจ้าสาวเป็นอย่างมากเพราะสิ่งที่เจ้าบ่าวและทางญาติเจ้าบ่าวทำนั้นเป็นการดูถูกผู้หญิงซึ่งเป็นเจ้าสาวของตนเองอย่างชัดเจนและเห็นได้เลยว่าเจ้าบ่าวไม่ได้รักแฟนสาวของตนเอง

แต่ต้องการเรียกร้องเงินทองจากครอบครัวของฝ่ายหญิงมากกว่าเขาไม่ได้เงินจึงมีการทำร้ายจิตใจกันด้วยการนำคลิปไปเผยแพร่ซึ่งอันที่จริงแล้วถ้าเจ้าบ่าวรักเจ้าสาวของตนเองจริงการตรวจสอบพรหมจารีคงไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน  ดังนั้นนี่สามารถเป็นอุทาหรณ์ของหญิงสาวหลายๆคนได้ว่าก่อนที่จะตัดสินใจแต่งงานกับใคร ควรศึกษานิสัยใจคอของแฟนตัวเองให้ดีก่อนแต่งงาน

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ