แม่ค้าวังหลังหลอกขายหน้ากากอนามัยทั้งแพงทั้งบาง

จากกรณีที่มีหญิงสาวคนหนึ่งได้มีการโพสต์เตือนภัยผ่านทางเฟสบุ๊กเกี่ยวกับการซื้อหน้ากากอนามัยในตอนนี้ว่าควรจะมีการตรวจสอบและระมัดระวังให้ดีเพราะตนเองเพิ่งเจอมาเมื่อไปเดินซื้อของที่ตลาดวังหลัง แล้วไปซื้อหน้ากากอนามัยมาโดยจ่ายเงินไปจำนวน 150 บาทแล้ว

ได้หน้ากากอนามัยมา  8 แผ่น ซึ่งเมื่อแกะแล้วก็ต้องตกใจเป็นอย่างมากเพราะหน้ากากบางมากโดยเธอมีการระบุเอาไว้ในเฟสบุ๊กส่วนตัวด้วยว่า ถ้าเปรียบกับหมูสไลด์ที่กินกับหมูกระทะหน้ากากอนามัยอันนี้ยังบางกว่าหมูสไลด์เลย ซึ่งเมื่อหลายหลายคนที่ได้มาเห็นภาพของหน้ากากอนามัยต่างก็วิจารณ์กันมากว่าตอนนี้ของแพง

หาซื้อยากและยังผลิตออกมาไม่ได้คุณภาพอีก ซึ่งนักข่าวได้ไปขอสัมภาษณ์คนที่โพสต์เรื่องหน้ากากอนามัยนี้ โดยขอเรียกเธอว่า น้ำข้าว ( นามสมมุติ ) น้ำข้าวได้เล่าให้นักข่าวฟังว่าเมื่อวานเธอและเพื่อนเพื่อนพากันไปเดินดูของที่ตลาดวังหลังตรงโรงพยาบาลศิริราช ช่วงเวลาประมาณบ่ายสองได้ ซึ่งขณะที่เดินอยู่นั้นน้ำข้าวสังเกตว่ามีหลายร้านที่ขายหน้ากากอนามัยและเธอเห็นว่าตอนนี้หน้ากากอนามัยกำลังเป็นที่ต้องการกันมาก

และอีกอย่างราคาที่เธอเห็นวางขายถึงจะแพงไปสักหน่อยแต่ก็เป็นราคาที่พอรับได้ ซึ่งจึงได้เลือกซื้อที่เป็นแบบสีเขียวมา เพราะเธอคิดว่าเป็นแบบที่มีขายตามร้านขายยาทั่วไป โดยมีการเลือกมา 8 แผ่น แม่ค้าคิดเงินเธอไปเป็นจำนวน 150 บาทโดยเธอกะว่าจะซื้อไปทดลองใช้ก่อนและหากใช้ดีก็จะกลับมาซื้อเป็นแบบกล่องใหญ่ หลังจากนั้นเธอกับเพื่อนก็เดินซื้อของอย่างอื่นกันต่อ แต่พอจะกลับบ้านต้องขึ้นมาบนรถเมลล์ น้ำข้าวก็เลยหยิบเอาหน้ากากอนามัยที่เพิ่งซื้อไปเมื่อสักครู่ออกมาเพื่อจะเอามาใส่

แต่ปรากฏว่าหน้ากากอนามัยที่เธอถืออยู่นั้นบางมากมาก ซึ่งเพื่อนเพื่อนของเธอก็แนะนำให้เธอนำหน้ากากอนามัยไปคืนที่ร้านเดิม แต่เธอเห็นว่าขึ้นรถเมลล์มาแล้ว และไม่อยากจะเสียเวลาย้อนกลับไปอีก กลับไปก็กลั้วว่าจะเสียเที่ยว เพราะไม่รู้ว่าร้านค้าจะยังอยู่ไหมเพราะเป็นร้านแผงลอย เธอเลยไม่กลับไปเปลี่ยน แต่ก็ตัดสินใจนำเรื่องมาโพสต์ลงเฟสต์บุ๊กเพื่อเตือนให้คนอื่นได้รู้จะได้ไม่เสียรู้แม่ค้าเหมือนกันกับเธอ

          ซึ่งประเด็นเรื่องเรื่องหน้ากากอนามัยบางและแพงนี้นักข่าวก็ได้ไปสอบถามกับแม่ค้าที่วังหลังมาก ซึ่งหลายคนบอกว่ารับมาขายต่ออีกที ก็จะมีทั้งแบบหน้าและแบบบางแตกต่างกันไปซึ่งราคาก็จะไม่เท่ากัน