เชื่อหรือไม่ การร้องไห้บำบัด ฟื้นฟูสุขภาพกาย-จิต ได้

news-full-99513

ที่ญี่ปุ่นผุดคลาสร้องไห้บำบัด ช่วยฟื้นฟูสุขภาพร่างกายและจิตใจ เชื่อว่าเป็นการปลดปล่อยความเครียดได้ดีกว่าการหัวเราะ

ในสังคมญี่ปุ่นถือว่าการร้องให้ต่อหน้าคนอื่นเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ เพราะเป็นการแสดงความอ่อนแอของตัวเองออกมา อยากร้องไห้ก็คงต้องกลับไปร้องเงียบ ๆ คนเดียวที่บ้าน แต่ในตอนนี้มุมมองเกี่ยวกับ​การร้องไห้กำลังจะเปลี่ยนไป เพราะถึงขั้นจัดเป็นคลาสเล็ก ๆ รวมพลคนมานั่งร้องไห้ปล่อยโฮด้วยกัน เชื่อว่าช่วยปลดปล่อยความเครียดได้ดีกว่าการหัวเราะเสียอีก

วันที่ 4 มีนาคม 2557 เว็บไซต์โตเกียวไทมส์ รายงานว่า นาย ทาคาชิ ซากะ บุรุษผู้เรียกตัวเองว่าเป็น Tears sommelier หรือผู้เสิร์ฟน้ำตา (sommelier หมายถึง บริกรที่มีหน้าที่เสิร์ฟและแนะนำไวน์ที่เหมาะสมกับอาหารให้แก่ลูกค้า) ได้เปิดคลาสร้องไห้บำบัดในกรุงโตเกียวเดือนละ 2 ครั้ง โดยเขาจะเป็นผู้คัดสรรเรื่องราวเรียกน้ำตา มาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลที่มาร่วมการอบรม เพื่อให้ผู้คนเหล่านั้นร้องไห้ออกมาเพื่อปลดปล่อยความเครียด ความขุ่นเคืองในจิตใจของตัวเองออกไปให้จงได้

ซากะ บอกว่า การร้องไห้ช่วยปลดปล่อยความเครียดในจิตใจได้มากกว่าการหัวเราะ ยามที่เราหัวเราะเราจะรู้สึกดีแค่ในชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น แต่การร้องไห้ช่วยระบายความเครียดได้ดีกว่า ทำให้รู้สึกเบาโล่งในจิตใจได้นานเป็นสัปดาห์ การร้องไห้จึงดีทั้งกับสุขภาพกายและสุขภาพจิตมาก​กว่า​ซึ่งผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อมีการค้นพบว่า เมื่อเราร้องไห้ด้วยอารมณ์ที่อ่อนไหว ในน้ำตาจะมีฮอร์โมนชนิดเดียวกับที่ร่างกา​ย​หลั่งในเวลาที่คนเรารู้สึกเครียด การร้องไห้จึงเป็นวิธีที่ปลดปล่อยความเครียดได้นั่นเอง

ในช่วงเริ่มต้นผู้เข้าร่วมคลาสร้องไห้มักจะมีหน้าตาเฉยเมย แต่เมื่อได้รับฟังเรื่องราวเศร้า มีเพลงซึ้ง ๆ ประกอบ น้ำตาก็ค่อย ๆ ไหลลงมาอย่างห้ามไม่ได้ ตั้งแต่เปิดคลาสร้องไห้บำบัดนี้ขึ้นมา ยังไม่เคยมีใครออกจากห้องไปโดยที่ยังไม่ได้เสียน้ำตาเลยสักคน เมื่อได้ร้องไห้เต็มที่แล้ว พวกเขาก็มักจะยิ้มได้เสมอหลังคลาสจบลง

ที่จริงแล้วการร้องไห้ไม่ใช่สัญลักษณ์ของความอ่อนแอเสมอไป ยิ่งกดเอาไว้ไม่แสดงออกก็ยิ่งรู้สึกอึดอัด และมันก็อยู่ติดค้างทับถมในจิตใจ สู้ปลดปล่อยบ่อน้ำตาแตกสักที ก็จะมีแรงฮึดดี ๆ ไว้สู้ในวันต่อไปเนอะ