คลิปอาม่าโดนเด็กตบคว่ำ

          มีคลิปถูกเผยแพร่ออกมาเป็นเหตุการณ์ทะเลาะกันในโรงเรียนแห่งหนึ่งระหว่างผู้ปกครองกับเด็กนักเรียน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2562  ที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง

 

ซึ่งวันนั้นตรงกับวันสอบของเด็กนักเรียนตรงจุดเกิดเหตุมีเด็กนักเรียนและผู้ปกครองนั่งอ่านหนังสือกันอยู่เป็นจำนวนมาก โดยขณะที่เกิดเหตุมีอาม่าท่านหนึ่งมานั่งรอหลานที่มาสอบอยู่ตรงบริเวณนั้นพอดี และขณะที่อาม่านั่งรอหลานอาม่าก็คุยโทรศัพท์เสียงดังและใช้คำพูดที่หยาบคายมาก เพราะกำลังด่ากับปลายสายอยู่ ซึ่งตอนนั้นเด็กหลายคนกำลังนั่งอ่านหนังสือกันอยู่

ซึ่งขณะนั้นมีคุณแม่ท่านหนึ่งกำลังสอนลูกอ่านหนังสืออยู่ข้างหลังอาม่า เกิดความไม่พอใจที่อาม่าพูดเสียงดังและเป็นคำหยาบจึงได้ต่อว่าอาม่า ทำให้อาม่าไม่พอใจแล้วเกิดการทะเลาะกับผู้ปกครองคนดังกล่าว ส่วนเด็กที่มีเรื่องกับอาม่า นั่งอยู่แถวนั้นพอดี จึงได้มาช่วยพูดกับอาม่าว่าให้อาม่าพูดเสียงเบาๆ และไม่ให้พูดหยาบคาย ทำให้อาม่าไม่พอใจ

โดยอาม่าได้ยินเด็กด่าว่าสาระแน ทำให้อาม่าโมโหมากเดินเข้าไปตบหน้าเด็กหนึ่งที จึงโดนเด็กตบสวนกลับอาม่าไปหลายทีจนอาม่าล้มลงและเกือบสลบ หลังจากนั้นก็มีคนเข้ามาห้ามซึ่งอาม่ายังโกรธมากถึงกับจะโทรแจ้งตำรวจมาจับเด็กข้อหาทำร้ายร่างกาย

เมื่อคลิปได้มีการเผยแพร่ออกไป ทำให้มีหายกระแสออกมาต่างก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ส่วนใหญ่จะเข้าเด็กที่ตบอาม่า เพราะว่าหลายคนที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ออกมาเล่าเหตุการณ์ให้ฟังตั้งแต่ต้น ซึ่งตอนนี้ทางโรงเรียนกำลังสอบสวน และจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทางโรงเรียนได้ออกมาบอกแล้วว่าจะไม่มีการลงโทษเด็กคนดังกล่าวเพราะมีหลักฐานว่าอาม่าทำร้ายเด็กก่อน

และนี่เป็นการป้องกันตัวของเด็ก เพราะสถานที่เกิดเหตุคือโรงเรียนที่เป็นพื้นที่ของเด็กแต่ อาม่าเข้ามาก่อกวนก่อน   ซึ่งหลังจากที่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ทางโรงเรียนกำลังจะมีการพิจารณาห้ามผู้ปกครองเข้ามาในบริเวณโรงเรียนหลัง 08.00 -15.00 น. เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นแบบนี้ได้อีก ซึ่งจะมีการประกาศออกมาจากทางโรงเรียนอีกครั้ง

         จากคลิปที่เผยแพร่ออกมา ผู้คนในสังคมออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้กันเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นกรณีที่เด็กกับผู้ใหญ่ตบตีกันและสถานที่ยังเป็นเขตในโรงเรียนอีก ซึ่งผู้ใหญ่ควรจะมีวุฒิภาวะมากกว่านี้ไม่ควรทำร้ายเด็ก ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น ผู้ใหญ่เองควรจะต้องยอมรับออกมาว่าตนเองเป็นฝ่ายทำผิดก่อน ส่วนเด็กเองควรจะมีความเคารพยำเกรงที่อาม่าเป็นผู้ใหญ่กว่าไม่ควรทำร้ายคนแก่ อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ต้องรอดูกันต่อไปว่าสุดท้ายแล้วเรื่องจะจบอย่างไร

 

สนับสนุนโดย  จีคลับคาสิโนออนไลน์

พันธ์ยศ ออกรายการโหนกระแส แจงคลิปกักตุนหน้ากากอนามัย

       จากกรณีที่มีเพจดังเพจหนึ่งอดรนทนไม่ไหวที่หน้ากากอนามัยช่างหาซื้อได้ยากมากมายเหลือเกิน ขาดแคลนขนาดที่โรงพยาบาลหมอและพยาบาลยังไม่มีใช้จนต้องออกมาขอรับบริจาคหน้ากากอนามัยกันเป็นจำนวนมาก  แต่ถึงอย่างนั้นประชาชนคนไทยเองก็ไม่สามารถหาซื้อหน้ากากอนามัยมาใช้ได้  จนทางเพจดังต้องไปหาข้อมูลมาว่าเป็นเพราะอะไร

ประเทศไทยเราถึงได้ไม่มีหน้ากากอนามัยขายเลย ซึ่งหลังจากหาข้อมูลมาได้ ก็มีการนำเรื่องราวออกมาแชร์ว่ามีการทำเป็นขบวนการในการกักตุนหน้ากากอนามัยเพื่อนำส่งออกไปขายยังประเทศจีน โดยข้อมูลที่ถูกแฉออกมานี้เองได้เกี่ยวข้องกันนักการเมือง คือ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า  เพราะมีรายงานว่า คนที่ออกมาโพสต์กักตุนหน้ากากอนามัยแล้วส่งไปขายที่ประเทศจีนนั้นรู้จักสนิทสนมกับลูกน้องคนสนิทของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า 

เป็นอย่างมากซึ่งลูกน้องคนนี้ชื่อว่า นาย พิตตินันท์ รักเอียด และมีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา เพราะในคลิปของคนที่กักตุนหน้ากากอนามัยเอาไว้ขายให้กับคนจีนนั้นมีการถ่ายถึงสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งระบุว่าเป็นโกดังที่เอาไว้กักตุนสินค้า และเมื่อตรวจสอบไปยังโกดัง ดังกล่าวพบว่า เป็นที่ทำการพรรคภราดรภาพ

  โดยข้อมูลเชิงลึกระบุว่า พรรคนี้เป็นพรรคที่คอยให้การสนับสนุนนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน นั่นก็คือ  พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นั้นเอง ซึ่งเจ้าของที่ทำการพรรคและยังเป็นที่เก็บกักหน้ากากอนามัยนี้ก็คือ นายพิตตินันท์  นั้นเอง ดังนั้นนาย พิตตินันท์ จึงได้มาออกรายการโหนกระแส เพื่อต้องการจะชี้แจงถึงข่าวดังกล่าว 

โดยนายพิตตินันท์   ออกมายอมรับว่ามีการจำหน่ายหน้ากากอนามัยจริงแต่ก็ไม่ได้เยอะมากมาย อย่างที่นายบอยมีการโพสต์ไว้ในคลิป โดยหน้ากากอนามัยที่นำมาขายนั้น มีการรวบรวมเอาไปขายให้กับประเทศจีน เพราะต้องการส่งออกเป็นรายได้ให้กับประเทศ 

และที่สำคัญสินค้าที่เป็นหน้ากากอนามัยเหล่านั้นมีการนำไปขายตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม ยาวต่อเนื่องมาจนถึงเดือนกุมภาพันธ์เท่านั้น และหลังจากที่รัฐบาลออกกฎหมายมาว่าหน้ากากอนามัยเป็นสินค้าควบคุมก็ไม่ได้นำไปจำหน่ายอีกเลย  ซึ่งปัจจุบันหน้ากากอนามัยที่มีอยู่กับ นายพิตตินันท์  นั้นเหลือไม่ถึงหนึ่งหมื่นชิ้นแล้ว และไม่ได้นำออกไปจำหน่ายที่ไหน

ส่วนราคาที่เคยขายไปนั้นก็เอากำไรแค่เพียงชิ้นละ ไม่ถึง ห้าสิบสตางค์เลยด้วยซ้ำ การที่นาย บอยโพสต์ว่าขายชิ้นละ 14 -15 บาทนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด แต่หากนายบอยรับจากตนเองไปแล้วเอาไปขายต่อในราคาที่สูงหรือเปล่านั้นก็ไม่เกี่ยวกับตนแล้ว นายพิตตินันท์   กล่าว เรื่องนี้ต้องรอดูว่านกยกรัฐมนตรีของเราจะออกมาพูดอย่างไรบ้าง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงฝากขั้นต่ำ100

พบกระเป๋าทิ้งลอยน้ำ

พบกระเป๋าทิ้งลอยน้ำ เปิดออกดูมีศพอยู่ข้างใน 

 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีชาวบ้านพบศพอยู่ในกระเป๋าอยู่ตรงบริเวณเกาะกลางน้ำของจังหวัดกำแพงเพชร จึงได้เดินทางไปตรวจ โดยเมื่อมีการเปิดกระเป๋าออกมาดูพบว่าข้างในเป็นศพชายคนหนึ่ง ซึ่งดูจากลักษณะหน้าตา ผิวพรรณแล้วน่าจะเป็นชายชาวจีน

ถูกฆ่าด้วยสภาพมีสายเคเบิ้ลรัดมือรัดเท้าเอาไว้แล้วจับศพยัดใส่กระเป๋าแล้วนำมาโยนทิ้งน้ำ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าชายคนดังกล่าวเป็นคนจีนเดินทางมาเที่ยวกับแฟน ซึ่งตอนนี้ยังหาตัวแฟนไม่พบ และผลจากการนำร่างคนตายไปชันสูตรที่โรงพยาบาลพบว่าคนตาย ตายเพราะจมน้ำตาย ซึ่งสันนิษฐานได้ว่า คนร้ายอาจจะมีการฆ่าผู้ตายตั้งแต่อยู่ในห้องแล้วด้วย

การจับกดหัวจมน้ำพอเสียชีวิตก็นำศพยัดใส่กระเป๋าแล้วนำมาถ่วงน้ำ หรืออีกกรณีหนึ่งก็คือ คนร้ายมัดมือมืดเท้าคนตายทั้งที่ยังไม่ตายแล้วจับใส่กระเป๋านำมาโยนลงน้ำ แล้วคนตายก็ตายจากการเสียชีวิตเพราะจมน้ำตาย และหลังจากที่มีข่าวออกมาไม่นานก็ได้มีการนำคลิปซึ่งมีภาพคนตายกับแฟนสาวพากันขับรถไปที่โรงแรมแห่งหนึ่งโดยในภาพจะเห็นทั้งคู่มีการติดต่อตรงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ลักษณะคล้ายกับเป็นกาจองห้องพัก

และหลังจากที่คนตายและแฟนสาวเข้าห้องพักไปไม่นานก็มีชายจีนประมาณ 3 คนได้เข้ามาที่โรงแรมเดียวกันและทำการจองห้องพักซึ่งคลาดว่าชายจีนทั้งสามคนจะต้องรู้เห็นกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วย และเมื่อมีการตรวจสอบเพิ่มเติมก็พบว่าชายชาวจีนทั้งสามคนได้ทำการเรียกรถตู้มาที่โรงแรมและมีการขนกระเป๋าเดินทางออกมาด้วยจำนวน 4 ใบและขึ้นรถตู้ไป

ซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นคนตายและแฟนสาวอีกเลยจนมาเป็นศพ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดต่อคนขับรถตู้ซึ่งพบว่ารถตู้คันดังกล่าวเป็นรถเช่าของบริษัทแห่งหนึ่งและวันที่มีการขับมารับคนจีนทั้งสามคน มีชายชาวจีนเป็นคนขับมารับ คนขับรถตู้ให้การว่ารู้จักกับคนทั้งสามซึ่งพวกนั้นมาทำการเช่ารถตู้แล้วให้ไปส่งที่จังหวัดตาก

โดยจะเดินทางไปที่แม่สอด แต่ระหว่างทางที่ผ่านสะพานตรงกำแพงเพชร ชายทั้งสามคนก็ให้จอดรถแล้วพวกเขาก็โยนกระเป๋าทิ้งแม่น้ำจำนวน 2 ใบแล้วพากันเดินทางต่อไป  ซึ่งจากคำให้การของคนขับรถตู้จึงเป็นที่ทราบแล้วว่าเป็นทั้งสามคนที่เป็นคนฆ่าชายชาวจีนด้วยกัน ส่วนแฟนสาวคนตายยังหายไปยังหาไม่พบ ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะเสียชีวิตด้วยกัน ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตามตัวอยู่

คัดกรองนักท่องเที่ยวเข้มหลังพบผู้โดยสารเรือเวสเตอร์ดาม ติดเชื้อ

หายังจำกันได้เกี่ยวกับเรือโดยสารเวสเตอร์ดามที่มาขอขึ้นฝั่งที่ไทยแต่ถูกทางประเทศไทยปฏิเสธจึงไปขึ้นฝั่งที่ประเทศกัมพูชานั้นในตอนนี้มีข่าวออกมาจากประเทศมาเลเซียว่าผู้โดยสารบนเรือเวสเตอร์ดามที่ได้ขึ้นฝั่งที่ประเทศกัมพูชาได้เดินทางมาที่ประเทศมาเลเซีย

ซึ่งทางการของมาเลเซียได้ทำการตรวจสอบนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวพบว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาหลังจากที่นักท่องเที่ยวได้ลงจากเรือเวสเตอ์ดามเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากที่ประเทศไทยได้ทราบข่าวจากรัฐบาลของมาเลเซียก็มีการคุมเข้มคัดกรองนักท่องเที่ยวมาครึ่งที่จะเดินทางข้ามฟากไม่ว่าจะมาจากประเทศมาเลเซียหรือประเทศกัมพูชาก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังประเทศอื่นๆ

เพื่อเป็นการตรวจสอบว่านักท่องเที่ยวเหล่านั้นไม่ได้มีเชื้อไวรัสโคโรน่า

จากที่ก่อนหน้านี้ผู้โดยสารที่ลงจากเรือเวสเตอร์ดาม แล้วทางเจ้าหน้าที่ของประเทศกัมพูชาได้ออกมาบอกว่ามีการตรวจสอบแล้วพบว่าผู้โดยสารทั้งหมดไม่มีใครที่มีเชื้อไวรัสโคโรน่าเลยจึงปล่อยให้ขึ้นฝั่งและนักท่องเที่ยวชุดดังกล่าวก็พากันเดินทางข้ามประเทศ

เพื่อจะต่อเครื่องกลับบ้านแต่ประเทศของตนซึ่งมีทั้งเดินทางไปทางประเทศมาเลเซียและเดินทางมาที่ประเทศไทยแต่แล้วทางการของประเทศมาเลเซียก็พบว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางข้ามมาจากประเทศกัมพูชานั้นมีไข้ขึ้นสูงและมีเชื้อไวรัสโคโรน่าแน่นอน

ซึ่งคนที่พบเชื้อนั้นเป็นหญิง ชราอายุ 83 ปีซึ่งหลังจากนี้ทางหน่วยคัดกรองของประเทศไทยจึงได้ประชุมหารือกันและมีการกำชับให้มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้นกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิอีกทั้ง

ตามเขตชายแดนต่างๆทางเจ้าหน้าที่ก็มีกวางเข้มงวดกวดขันมากยิ่งขึ้นแต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ประเทศมาเลเซียได้ออกมาประกาศว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัสที่เดินทางมาจากประเทศกัมพูชานั้นมีรายงานว่าทางการของประเทศกัมพูชาได้ร้องขอให้รัฐบาลของมาเลเซียตรวจหาเชื้อไวรัสใหม่อีกครั้งหรือยังมีนักท่องเที่ยว ที่ติดค้างอยู่ที่ประเทศกัมพูชาอีกหลายคนที่ และหากรัฐบาลมาเลเซียประกาศแบบนี้ออกไปอาจจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถขึ้นเครื่องต่อไปยังประเทศอื่นได้

แต่ทางการมาเลเซียได้ออกมายืนยันว่าพบผู้ติดเชื้อจริงๆและไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศกัมพูชามาตอกเครื่องหรือเดินทางเข้าประเทศของมาเลเซียอีกต่อไปจนกว่าจะหมดปัญหาเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโคโรน่าอย่างไรก็ดีประเทศไทยของเราควรจะต้องเข้มงวดในเรื่องของการคัดกรองนักท่องเที่ยวที่มาจากทุกประเทศให้มากกว่าที่เป็นอยู่เพราะเราไม่รู้เลยว่านักท่องเที่ยวคนไหนบ้างที่อาจจะมีเชื้อไวรัสแฝงอยู่ดังนั้นเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อจึงควรคัดกรองอย่างละเอียด

ต้องดูแลตัวเองยังไงเมื่อต้องอยู่ในสถานการณ์ เหตุการณ์กราดยิง?

ในสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ผู้คน มีความเครียดกันมากขึ้น อาจจะส่งผลให้ทำอะไรไปโดยที่ไม่มีการไตร่ตรองและคิดให้รอบคอบ ซึ่งความเครียดในชีวิตอาจจะส่งผลให้คนทำความผิดร้ายแรง

อย่างเหตุการณ์กราดยิงประชาชนที่จังหวัดลพบุรี  ซึ่งหากในวันหนึ่งที่เราต้องอยู่ในเหตุการณ์แบบนั้น เราควรมีวิธีการดูแลตัวเองอย่างไรบ้างมาดูกันค่ะ

ในระหว่างที่เหตุการณ์ยังไม่สงบยังคงมีการกราดยิงกันอยู่

อย่างแรกเลยคือต้องวิ่งหนี ซึ่งในครั้งแรกที่เราได้ยินเสียงปืนให้เราก้มหัวหมอบราบไปกับพื้นที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้หรือมองหาที่กำบังตัวก่อนและคอยฟังเสียงปืนให้ดีว่ามาจากทิศทางไหน ซึ่งเมื่อเรารู้เสียงของปืนว่ามาจากทางไหนแล้วให้เราวิ่งไปฝั่งทิศตรงกันข้ามกับทางเสียงปืนโดยการวิ่งหนีพยายามวิ่งออกไปจากจุดเกิดเหตุให้ไกลมากที่สุดหรือวิ่งไปหาที่กำบังที่สามารถซ่อนตัวให้ได้มากที่สุด

แต่หากถ้าหนีไม่ได้อย่างต่อมาที่ต้องคิดคือหาที่ซ่อนตัว สำหรับการซ่อนตัวนั้นควรซ่อนในจุดที่คิดว่าคนร้ายจะมองไม่เห็นและหาที่กำบังที่เป็นที่หนาๆอย่าซ่อนอย่างข้างหลังกระจกเพราะกระสุนปืนสามารถยิงทะลุผ่านได้

หาที่ซ่อนที่คิดว่าปืนจะไม่ทะลุผ่านมาถึงตัวเราและ อยู่อย่างเงียบที่สุดเท่าที่ทำได้ ที่สำคัญควรมีการปิดเสียงโทรศัพท์เพื่อป้องกันโทรศัพท์ส่งเสียงดังซึ่งจะเป็นการบอกให้คนร้ายทราบได้ว่าเราซ่อนตัวอยู่ที่ไหน 

แต่ถ้าหากจวนตัวจริงจริง ไม่สามารถหาที่ซ่อนตัวได้ ก็อาจจะต้องสู้กับคนร้าย ซึ่งวิธีการนี้ให้ถือว่าเป็นวิธีการสุดท้ายที่จะทำ หากจะต้องสู้กับคนร้ายจริงจริงก็หาอะไรที่พอจะสามารถนำมาเป็นอาวุธที่ต่อสู้กับคนร้ายได้ และหากว่าสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นได้เงียบเสียงไป

อย่างเพิ่งออกมาจากที่ซ่อนรอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือทหารเข้ามาช่วยกัน โดยมีการชูมือให้ทางเจ้าหน้าที่รับทราบว่าเราอยู่ที่ไหน ให้ทำตามที่เจ้าหน้าที่สั่งอย่างเคร่งครัด และหากเราไม่บาดเจ็บให้พยายามช่วยเหลือเพื่อนที่บาดเจ็บเบื้องต้น เช่น ถ้ามีคนถูกยิงให้เอาผ้าสะอาดกดบาดแผลเพื่อทำการห้ามเลือดเอาไว้ก่อนรอจนเจ้าหน้าที่มาดูแลต่อ

สำหรับเหตุการณ์กราดยิงประเทศไทยอาจจะไม่ได้มีเหตุการณ์แบบนี้บ่อยนักแต่ก็ควรมีความรู้เบื้องต้นในการดูแลตัวเองเอาไว้ให้ดีเพื่อที่เราจะได้สามารถเอาตัวรอดยามที่ต้องอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินจริงจริงได้ เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง