พบกระเป๋าทิ้งลอยน้ำ

พบกระเป๋าทิ้งลอยน้ำ เปิดออกดูมีศพอยู่ข้างใน 

 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีชาวบ้านพบศพอยู่ในกระเป๋าอยู่ตรงบริเวณเกาะกลางน้ำของจังหวัดกำแพงเพชร จึงได้เดินทางไปตรวจ โดยเมื่อมีการเปิดกระเป๋าออกมาดูพบว่าข้างในเป็นศพชายคนหนึ่ง ซึ่งดูจากลักษณะหน้าตา ผิวพรรณแล้วน่าจะเป็นชายชาวจีน

ถูกฆ่าด้วยสภาพมีสายเคเบิ้ลรัดมือรัดเท้าเอาไว้แล้วจับศพยัดใส่กระเป๋าแล้วนำมาโยนทิ้งน้ำ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าชายคนดังกล่าวเป็นคนจีนเดินทางมาเที่ยวกับแฟน ซึ่งตอนนี้ยังหาตัวแฟนไม่พบ และผลจากการนำร่างคนตายไปชันสูตรที่โรงพยาบาลพบว่าคนตาย ตายเพราะจมน้ำตาย ซึ่งสันนิษฐานได้ว่า คนร้ายอาจจะมีการฆ่าผู้ตายตั้งแต่อยู่ในห้องแล้วด้วย

การจับกดหัวจมน้ำพอเสียชีวิตก็นำศพยัดใส่กระเป๋าแล้วนำมาถ่วงน้ำ หรืออีกกรณีหนึ่งก็คือ คนร้ายมัดมือมืดเท้าคนตายทั้งที่ยังไม่ตายแล้วจับใส่กระเป๋านำมาโยนลงน้ำ แล้วคนตายก็ตายจากการเสียชีวิตเพราะจมน้ำตาย และหลังจากที่มีข่าวออกมาไม่นานก็ได้มีการนำคลิปซึ่งมีภาพคนตายกับแฟนสาวพากันขับรถไปที่โรงแรมแห่งหนึ่งโดยในภาพจะเห็นทั้งคู่มีการติดต่อตรงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ลักษณะคล้ายกับเป็นกาจองห้องพัก

และหลังจากที่คนตายและแฟนสาวเข้าห้องพักไปไม่นานก็มีชายจีนประมาณ 3 คนได้เข้ามาที่โรงแรมเดียวกันและทำการจองห้องพักซึ่งคลาดว่าชายจีนทั้งสามคนจะต้องรู้เห็นกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วย และเมื่อมีการตรวจสอบเพิ่มเติมก็พบว่าชายชาวจีนทั้งสามคนได้ทำการเรียกรถตู้มาที่โรงแรมและมีการขนกระเป๋าเดินทางออกมาด้วยจำนวน 4 ใบและขึ้นรถตู้ไป

ซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นคนตายและแฟนสาวอีกเลยจนมาเป็นศพ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดต่อคนขับรถตู้ซึ่งพบว่ารถตู้คันดังกล่าวเป็นรถเช่าของบริษัทแห่งหนึ่งและวันที่มีการขับมารับคนจีนทั้งสามคน มีชายชาวจีนเป็นคนขับมารับ คนขับรถตู้ให้การว่ารู้จักกับคนทั้งสามซึ่งพวกนั้นมาทำการเช่ารถตู้แล้วให้ไปส่งที่จังหวัดตาก

โดยจะเดินทางไปที่แม่สอด แต่ระหว่างทางที่ผ่านสะพานตรงกำแพงเพชร ชายทั้งสามคนก็ให้จอดรถแล้วพวกเขาก็โยนกระเป๋าทิ้งแม่น้ำจำนวน 2 ใบแล้วพากันเดินทางต่อไป  ซึ่งจากคำให้การของคนขับรถตู้จึงเป็นที่ทราบแล้วว่าเป็นทั้งสามคนที่เป็นคนฆ่าชายชาวจีนด้วยกัน ส่วนแฟนสาวคนตายยังหายไปยังหาไม่พบ ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะเสียชีวิตด้วยกัน ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตามตัวอยู่

คัดกรองนักท่องเที่ยวเข้มหลังพบผู้โดยสารเรือเวสเตอร์ดาม ติดเชื้อ

หายังจำกันได้เกี่ยวกับเรือโดยสารเวสเตอร์ดามที่มาขอขึ้นฝั่งที่ไทยแต่ถูกทางประเทศไทยปฏิเสธจึงไปขึ้นฝั่งที่ประเทศกัมพูชานั้นในตอนนี้มีข่าวออกมาจากประเทศมาเลเซียว่าผู้โดยสารบนเรือเวสเตอร์ดามที่ได้ขึ้นฝั่งที่ประเทศกัมพูชาได้เดินทางมาที่ประเทศมาเลเซีย

ซึ่งทางการของมาเลเซียได้ทำการตรวจสอบนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวพบว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาหลังจากที่นักท่องเที่ยวได้ลงจากเรือเวสเตอ์ดามเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากที่ประเทศไทยได้ทราบข่าวจากรัฐบาลของมาเลเซียก็มีการคุมเข้มคัดกรองนักท่องเที่ยวมาครึ่งที่จะเดินทางข้ามฟากไม่ว่าจะมาจากประเทศมาเลเซียหรือประเทศกัมพูชาก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังประเทศอื่นๆ

เพื่อเป็นการตรวจสอบว่านักท่องเที่ยวเหล่านั้นไม่ได้มีเชื้อไวรัสโคโรน่า

จากที่ก่อนหน้านี้ผู้โดยสารที่ลงจากเรือเวสเตอร์ดาม แล้วทางเจ้าหน้าที่ของประเทศกัมพูชาได้ออกมาบอกว่ามีการตรวจสอบแล้วพบว่าผู้โดยสารทั้งหมดไม่มีใครที่มีเชื้อไวรัสโคโรน่าเลยจึงปล่อยให้ขึ้นฝั่งและนักท่องเที่ยวชุดดังกล่าวก็พากันเดินทางข้ามประเทศ

เพื่อจะต่อเครื่องกลับบ้านแต่ประเทศของตนซึ่งมีทั้งเดินทางไปทางประเทศมาเลเซียและเดินทางมาที่ประเทศไทยแต่แล้วทางการของประเทศมาเลเซียก็พบว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางข้ามมาจากประเทศกัมพูชานั้นมีไข้ขึ้นสูงและมีเชื้อไวรัสโคโรน่าแน่นอน

ซึ่งคนที่พบเชื้อนั้นเป็นหญิง ชราอายุ 83 ปีซึ่งหลังจากนี้ทางหน่วยคัดกรองของประเทศไทยจึงได้ประชุมหารือกันและมีการกำชับให้มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้นกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิอีกทั้ง

ตามเขตชายแดนต่างๆทางเจ้าหน้าที่ก็มีกวางเข้มงวดกวดขันมากยิ่งขึ้นแต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ประเทศมาเลเซียได้ออกมาประกาศว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัสที่เดินทางมาจากประเทศกัมพูชานั้นมีรายงานว่าทางการของประเทศกัมพูชาได้ร้องขอให้รัฐบาลของมาเลเซียตรวจหาเชื้อไวรัสใหม่อีกครั้งหรือยังมีนักท่องเที่ยว ที่ติดค้างอยู่ที่ประเทศกัมพูชาอีกหลายคนที่ และหากรัฐบาลมาเลเซียประกาศแบบนี้ออกไปอาจจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถขึ้นเครื่องต่อไปยังประเทศอื่นได้

แต่ทางการมาเลเซียได้ออกมายืนยันว่าพบผู้ติดเชื้อจริงๆและไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศกัมพูชามาตอกเครื่องหรือเดินทางเข้าประเทศของมาเลเซียอีกต่อไปจนกว่าจะหมดปัญหาเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโคโรน่าอย่างไรก็ดีประเทศไทยของเราควรจะต้องเข้มงวดในเรื่องของการคัดกรองนักท่องเที่ยวที่มาจากทุกประเทศให้มากกว่าที่เป็นอยู่เพราะเราไม่รู้เลยว่านักท่องเที่ยวคนไหนบ้างที่อาจจะมีเชื้อไวรัสแฝงอยู่ดังนั้นเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อจึงควรคัดกรองอย่างละเอียด

ต้องดูแลตัวเองยังไงเมื่อต้องอยู่ในสถานการณ์ เหตุการณ์กราดยิง?

ในสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ผู้คน มีความเครียดกันมากขึ้น อาจจะส่งผลให้ทำอะไรไปโดยที่ไม่มีการไตร่ตรองและคิดให้รอบคอบ ซึ่งความเครียดในชีวิตอาจจะส่งผลให้คนทำความผิดร้ายแรง

อย่างเหตุการณ์กราดยิงประชาชนที่จังหวัดลพบุรี  ซึ่งหากในวันหนึ่งที่เราต้องอยู่ในเหตุการณ์แบบนั้น เราควรมีวิธีการดูแลตัวเองอย่างไรบ้างมาดูกันค่ะ

ในระหว่างที่เหตุการณ์ยังไม่สงบยังคงมีการกราดยิงกันอยู่

อย่างแรกเลยคือต้องวิ่งหนี ซึ่งในครั้งแรกที่เราได้ยินเสียงปืนให้เราก้มหัวหมอบราบไปกับพื้นที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้หรือมองหาที่กำบังตัวก่อนและคอยฟังเสียงปืนให้ดีว่ามาจากทิศทางไหน ซึ่งเมื่อเรารู้เสียงของปืนว่ามาจากทางไหนแล้วให้เราวิ่งไปฝั่งทิศตรงกันข้ามกับทางเสียงปืนโดยการวิ่งหนีพยายามวิ่งออกไปจากจุดเกิดเหตุให้ไกลมากที่สุดหรือวิ่งไปหาที่กำบังที่สามารถซ่อนตัวให้ได้มากที่สุด

แต่หากถ้าหนีไม่ได้อย่างต่อมาที่ต้องคิดคือหาที่ซ่อนตัว สำหรับการซ่อนตัวนั้นควรซ่อนในจุดที่คิดว่าคนร้ายจะมองไม่เห็นและหาที่กำบังที่เป็นที่หนาๆอย่าซ่อนอย่างข้างหลังกระจกเพราะกระสุนปืนสามารถยิงทะลุผ่านได้

หาที่ซ่อนที่คิดว่าปืนจะไม่ทะลุผ่านมาถึงตัวเราและ อยู่อย่างเงียบที่สุดเท่าที่ทำได้ ที่สำคัญควรมีการปิดเสียงโทรศัพท์เพื่อป้องกันโทรศัพท์ส่งเสียงดังซึ่งจะเป็นการบอกให้คนร้ายทราบได้ว่าเราซ่อนตัวอยู่ที่ไหน 

แต่ถ้าหากจวนตัวจริงจริง ไม่สามารถหาที่ซ่อนตัวได้ ก็อาจจะต้องสู้กับคนร้าย ซึ่งวิธีการนี้ให้ถือว่าเป็นวิธีการสุดท้ายที่จะทำ หากจะต้องสู้กับคนร้ายจริงจริงก็หาอะไรที่พอจะสามารถนำมาเป็นอาวุธที่ต่อสู้กับคนร้ายได้ และหากว่าสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นได้เงียบเสียงไป

อย่างเพิ่งออกมาจากที่ซ่อนรอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือทหารเข้ามาช่วยกัน โดยมีการชูมือให้ทางเจ้าหน้าที่รับทราบว่าเราอยู่ที่ไหน ให้ทำตามที่เจ้าหน้าที่สั่งอย่างเคร่งครัด และหากเราไม่บาดเจ็บให้พยายามช่วยเหลือเพื่อนที่บาดเจ็บเบื้องต้น เช่น ถ้ามีคนถูกยิงให้เอาผ้าสะอาดกดบาดแผลเพื่อทำการห้ามเลือดเอาไว้ก่อนรอจนเจ้าหน้าที่มาดูแลต่อ

สำหรับเหตุการณ์กราดยิงประเทศไทยอาจจะไม่ได้มีเหตุการณ์แบบนี้บ่อยนักแต่ก็ควรมีความรู้เบื้องต้นในการดูแลตัวเองเอาไว้ให้ดีเพื่อที่เราจะได้สามารถเอาตัวรอดยามที่ต้องอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินจริงจริงได้ เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง