ดราม่า หมูญี่ปุ่นแพงกว่าหมูไทยขายกิโลกรัมละพันกว่าบาท 

    หมูญี่ปุ่นแพงกว่าหมูไทย  สถานการณ์ในประเทศในไทยในตอนนี้นั้น กำลังเป็นเรื่องที่มีการพูดถึงกันเยอะมากเกี่ยวกับเรื่องของราคาอาหารที่มีการเพิ่มราคาสูงมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อสัตว์และที่แพงหนักมากที่สุดจนต้องมีการออกมาโวยวายกันไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านธรรมดาทั่วไป

หรือแม้แต่บรรดาดารารวมถึงเจ้าของร้านอาหารเรียกได้ว่าทุกหมู่เหล่าในตอนนี้ต่างก็พากันพูดถึงเนื้อหมูซึ่งมีการเพิ่มราคาปรับตัวสูงมากโดยปัจจุบันนี้ราคาหมูมีกี่กิโลกรัมครับเกือบ 250 บาทเลยทีเดียว

       อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ทางด้านผู้ประกอบการหรือเจ้าของฟาร์มหมูซึ่งเป็นฟาร์มของชาวบ้านที่เลี้ยงหมูขนาดประมาณ 100 หรือ 200 ตัวต่างก็ออกมาบอกว่าสาเหตุที่ทำให้เนื้อหมูแพงนั่นก็เพราะว่าในขณะนี้หมูขาดแคลนในตลาดเป็นอย่างมากและสาเหตุที่ทำให้หมูขาดแคลนนั้นก็เพราะว่าในขณะนี้มีเชื้อโรคระบาดภายในฟาร์มหมู

ซึ่งฟาร์มหมูซึ่งเป็นความชาวบ้านนั้นต่างก็ต้องฆ่าหมูทิ้งเนื่องจากว่าหมูติดโรคในขณะที่ความใหญ่ๆเองก็ได้รับความเดือดร้อนหมูติดเชื้อโรคเช่นเดียวกันทำให้ในอนาคตอันใกล้นี้คนไทยอาจจะไม่ได้กินเนื้อหมูเพราะไม่มีหมูที่จะนำมาขายได้นั่นเอง 

       สำหรับเรื่องนี้น่าจะประเทศไทยจะมีการถกเถียงกันเป็นอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องของการที่ทางฝั่งรัฐบาลมีการปกปิดเรื่องของหมูติดโลกมีการระบาดของเชื้อโรคในหมูแล้ว ในโลกออนไลน์เองก็กำลังเกิดกระแสดราม่าอย่างหนักเกี่ยวกับราคาเนื้อหมู

โดยมีการระบุว่าเนื้อหมูในประเทศญี่ปุ่นราคาแพงกว่าประเทศไทยมากกว่าหลายเท่าเลยทีเดียวพร้อมทั้งมีการถ่ายรูปและราคาลงมาโดยมีการระบุว่าหมูของประเทศญี่ปุ่นราคากิโลกรัมละเป็นพันบาท

       อย่างไรก็ตามหลังจากที่เรื่องนี้เกิดกระแสดราม่าขึ้นในโลกออนไลน์ก็ทำให้มีคนได้ออกมาอธิบายและชี้แจงผ่านทาง Social Media โดยมีการระบุว่าภาพที่เห็นที่ หมูในประเทศญี่ปุ่นราคาเป็นตัวเลข 1770 นั้นเป็นราคาสกุลเงินของญี่ปุ่นซึ่งไม่ใช่ราคาสกุลบาทถ้าหากมาตีเป็นราคาเงินบาทแล้วจะอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 513 บาทเท่านั้น

         อย่างไรก็ตามชาวโซเชียลยังออกมาเปิดเผยด้วยว่าหมูของประเทศญี่ปุ่นนั้นราคาแพงกว่าหมูไทยจริงๆเนื่องจากว่ากิโลกรัมละ 500 กว่าบาทในขณะที่ราคาต่ำสุดนั้นอยู่ที่ 200 กว่าบาทแต่อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นค่าครองชีพดีกว่าของประเทศไทย

เนื่องจากว่าแรงงานขั้นต่ำของประเทศญี่ปุ่นนั้นคิดเป็นชั่วโมงก็ได้เงินชั่วโมงละ 200 กว่าบาทแล้วแต่สำหรับประเทศไทยนั้นแรงงานขั้นต่ำของไทยคิดเป็นวันละ 300 นิดเท่านั้นซึ่งต่างกันเยอะมากดังนั้นราคาหมูของไทยกับญี่ปุ่นนั้นจึงต้องต่างกันมากตามสภาพเศรษฐกิจของประเทศนั้นเอง 

 

สนับสนุนโดย.    ufa สล็อตแตกบ่อย

ลงทะเบียนฉีดวัคซีน astrazeneca แต่ไปถึง หน้างานกลับได้ฉีดวัคซีนเป็น ซิโนแวค แทน

      ลงทะเบียนฉีดวัคซีน astrazeneca  เมื่อวันที่ 14 เดือนกันยายนปีพศ 2564 มีหญิงสาวรายหนึ่งได้มีการโพสต์คลิปลงใน Application tiktok ด้วยในคลิปจะเห็นได้ว่าหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นโวยวายไม่พอใจที่เธอเข้ารับการฉีดวัคซีนแล้วได้รับวัคซีนไม่ตรงกับที่เธอได้มีการลงทะเบียนเลือกไว้

ซึ่งหญิงสาวคนดังกล่าวได้เล่าในคลิปที่เธอมีการโพสต์ว่าตัวเธอนั้นได้ทำการลงทะเบียน ผ่านทางแอพพลิเคชั่นไทยร่วมใจโดยเธอมีการลงทะเบียนเลือกวัคซีนที่ต้องการฉีดเอาไว้เป็นยี่ห้อ astrazeneca

        อย่างไรก็ตามภายหลังจากที่เธอทำการลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอได้รับข้อความยืนยันว่าเธอลงทะเบียนแล้วและมีการนัดวันให้เธอไปทำการฉีดวัคซีนพร้อมทั้งระบุสถานที่ในการรับการฉีดวัคซีนซึ่งของเธอนั้นสามารถไปรับการฉีดวัคซีนได้ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังแถวพระราม 4 หลังจากที่ถึงวันนัดฉีดวัคซีนเธอก็เดินทางไปสถานที่นัดตามปกติอย่างไร

ก็ตามเมื่อเธอมาถึงสถานที่ฉีดวัคซีนปรากฏว่าเธอขึ้นทราบว่าทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีการเปลี่ยนวัคซีนให้กับเธอโดยที่ไม่ส่งข้อความแจ้งเตือนเธอล่วงหน้าโดยมีการเปลี่ยนเป็นวัคซีนยี่ห้อ ซิโนแวคให้กับเธอทำให้เธอไม่พอใจเป็นอย่างมากจึงได้มีการอัดคลิปด่าว่ารัฐบาลและเป็นคลิปในขณะที่เธอต่อว่า เจ้าหน้าที่ที่คอยบริการฉีดวัคซีนให้ 

         ในคลิปจะเห็นได้ว่าหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นไม่พอใจเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมากเพราะไม่มีการส่งข้อความไปแจ้งให้ทราบล่วงหน้าและเธอมาทราบกะทันหันหลังจากที่เธอเดินทางมาถึงแล้วซึ่งเธอมองว่าถ้าหากว่ารัฐบาลต้องการเปลี่ยนวัคซีนก็ควรจะต้องมีการส่ง SMS แจ้งรายบุคคลเพื่อที่ประชาชนจะได้เลือกได้ว่าต้องการที่จะฉีดวัคซีนที่รัฐบาลจัดสรรให้หรือไม่ไม่ใช่มัดมือชกแบบที่เธอเจอ

        อย่างไรก็ตามเธอระบุว่าไม่ใช่เพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่ถูกเปลี่ยนวัคซีนกะทันหันประชาชนที่มารอการฉีดวัคซีนที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังแถวพระราม 4 ก็ถูกเปลี่ยนวัคซีนเป็นยี่ห้อชิโนแวคทั้งหมดโดยเจ้าหน้าที่ได้พยายามชี้แจงหญิงสาวคนดังกล่าวว่ารัฐบาลได้มีประกาศผ่านทางสื่อต่างๆไม่ว่าจะเป็นสื่อโซเชียลมีเดียหรือสื่อทีวีวิทยุเพื่อให้ประชาชนรับทราบแล้ว 

   อย่างไรก็ตามมีชาวโซเชียลมากมายที่ออกมาต่อว่าการกระทำของเธอว่าไม่ควรที่จะอัดคลิปโพสต์ว่าเจ้าหน้าที่เพราะเจ้าหน้าที่คอยให้บริการฉีดวัคซีนนั้นทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้นซึ่งถ้าหากว่าเธอไม่อยากจะฉีดวัคซีนยี่ห้อที่รัฐบาลเตรียมไว้ให้ก็สามารถกลับบ้านได้

เพราะรัฐบาลไม่ได้มีการบังคับและไม่ควรที่จะโวยวายใส่พนักงานพร้อมทั้งถ่ายรูปหน้าตาของพนักงานมาโพสต์ลงสื่อโซเชียลมีเดียซึ่งหลายคนรู้สึกสงสารพนักงานที่ให้บริการหญิงสาวคนดังกล่าวมากเพราะต้องรองรับอารมณ์หญิงสาวนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet เว็บตรง