แก๊งเพื่อนนัดกินข้าวรวมกันเจอค่าอาหาร 2500

แก๊งเพื่อนนัดกินข้าวรวมกันเจอค่าอาหาร 2500 มีคนหัวหมอไม่อยากออกตังค์ยืนเป็นคูปองส่วนลด 30%แทน

     เป็นเรื่องราวของชาวไต้หวันคนหนึ่งซึ่งเขาได้ออกมาเผยแพร่เรื่องราวของเขาเมื่อวันที่ 10 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2564 โดยเขาระบุว่าเขานั้นมีเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานานจึงได้นัดเจอกันเพื่อสังสรรค์กันในหมู่ของเพื่อนฝูงโดยนัดเจอกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งหลังจากนั้นทุกคนก็จะมาหาร่วมกันและตกลงกันว่าจะมีการแชร์กันจ่ายค่าอาหารในครั้งนี้

    ชาวไต้หวันคนดังกล่าวระบุว่าหลังจากที่ได้บิลเรียกเก็บเงินจากพนักงานร้านอาหารแล้วปรากฏว่ายอดเงินที่จะต้องจ่ายนั้นรวมทั้งสิ้น 2500  ดอลลาร์ไต้หวัน ซึ่งพวกเขามาด้วยกันทั้งหมด 5 คนโดยเมื่อคำนวณออกมาแล้วก็จะต้องจ่ายกันคนละประมาณ 500 ดอลลาร์ไต้หวัน 

           อย่างไรก็ตามในขณะที่เพื่อนๆกำลังควักเงินในกระเป๋าของตนเองออกมารวมกันเพื่อจะจ่ายค่าอาหารนั้นปรากฏได้ว่ามีเพื่อนคนหนึ่งเขาได้มีการยื่นคูปองส่วนลดออกมาด้วยคูปองส่วนลดนั้นมีส่วนลดให้ทั้งหมด 30% ด้วยกันนอกจากนี้เพื่อนคนดังกล่าวยังได้บอกกับเพื่อนคนอื่นด้วยว่าเขาขอจ่ายค่าอาหารเป็นคูปองส่วนลดแทนส่วนที่เหลือนั้นก็ให้เพื่อนในกลุ่มไปหารค่าอาหารกันเอง

       อย่างไรก็ตามเมื่อคำนวณค่าอาหารออกมาโดยหักลบจากคูปองส่วนลดแล้วจะต้องเหลือจ่ายค่าอาหารทั้งสิ้น 1750 ดอลลาร์ไต้หวันซึ่งที่เหลือนั้นก็จะต้องมาหารจากจำนวนเพื่อนทั้งหมดอีก 4 คนที่เหลือด้วยกันซึ่งเมื่อหันออกมาแล้วก็ยังจะต้องจ่ายเงินกันอีกคนละ 437.5 ดอลลาร์ไต้หวัน  ซึ่งทำให้คนที่มาตั้งกระทู้ในโลกออนไลน์นั้นรู้สึกว่าเขาไม่ค่อยพอใจกับพฤติกรรมของเพื่อนรายนี้เป็นอย่างมาก

        ดังนั้นชายหนุ่มจึงได้นำเรื่องราวดังกล่าวมาเผยแพร่ในโลกออนไลน์อย่างไรก็ตามเมื่อมีคนได้ออกมาแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่มองว่าในการไกลรวมกันในครั้งต่อไปถ้าหากจะต้องมีการแชร์ค่าอาหารกันก็ไม่ควรที่จะพาเพื่อนคนนี้ไปด้วยแต่ในขณะเดียวกันก็มีคนบางคนมองว่าหาเป็นเพื่อนกันก็ไม่ควรคิดเล็กคิดน้อยในเรื่องของค่าอาหารเพราะเพื่อนก็ได้มีการเอาคูปองส่วนลดมาลดให้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์แล้วซึ่งเพื่อนคนดังกล่าวอาจจะมีปัญหาเรื่องของสถานการณ์การเงินในครอบครัวจึงใช้การจ่ายแบบคูปองส่วนลดแทนก็ได้

        ดังนั้นควรจะรอดูพฤติกรรมของเพื่อน รายนี้ไปก่อนว่าถ้าหากนัดเจอกันครั้งหน้าแล้วเพื่อนคนเดิมยังคงนำคูปองมาใช้เป็นส่วนลดแทนการจ่ายเงินสดครั้งต่อไป แล้วค่อยงดการชวนเพื่อนคนดังกล่าวออกมาทานอาหารร่วมกันก็ได้ 

       อย่างไรก็ตามพฤติกรรมการทานอาหารกับเพื่อนในกลุ่มการที่มีคูปองแล้วนำมาลด ถ้าหากว่ามีมารยาทจริงๆก็ควรจะจ่ายเงินสดเพิ่มเข้าไปด้วยถึงจะเหมาะสม

 

สนับสนุนโดย.  gclub อันดับ 1

ชายวัย  43 ปีเสียชีวิตหลังจากฉีดวัคซีนไซเฟอร์ 

    ชายวัย  43 ปีเสียชีวิต    เมื่อวันที่ 29 เดือนสิงหาคมปีพ.ศ. 2564     ได้มีการเปิดเผยว่ามีผู้เสียชีวิตจากการฉีดวัคซีนยี่ห้อไซเฟอร์  ซึ่งผู้เสียชีวิตนั้นมีอายุเพียงแค่ 43 ปีเท่านั้น  โดยจากการสอบถามแม่ผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลว่าผู้เสียชีวิตนั้นมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ประมาณ 104 กิโลกรัมและมีโรคประจำตัวหลายโรคไม่ว่าจะเป็นโรคเก๊าท์  โรคไขมันและโรคความดัน

      อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 23 เดือนสิงหาคมปีพ.ศ. 2564 ผู้เสียชีวิตได้รับโควต้า ให้ไปฉีดวัคซีนเนื่องจากว่ามีโรคประจำตัวและยังเป็นคนที่มีน้ำหนักเยอะ โดยจะต้องไปฉีดที่โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา  ส่วนวัคซีนที่ได้รับการฉีดนั้นทางโรงพยาบาลจะฉีดวัคซีนไซเฟอร์ให้ โดยผู้เสียชีวิตนั้นได้ไปฉีดในช่วงเวลาประมาณ 10:30 น

แต่ถ้าหลังจากที่มีการฉีดวัคซีนมาแล้วปรากฏว่าเมื่อผู้ฉีดเดินทางกลับมาถึงบ้านก็มีอาการตึงที่บริเวณขาและแขนนอกจากนี้ยังเริ่มมีอาการหนักมากขึ้นซึ่งเริ่มมีอาการปากเบี้ยวหลังจากนั้นไม่ว่าจะเป็นที่มือหรือที่เท้าก็เริ่มมีสีเขียวคล้ำขึ้น

          เมื่อนางสายหยุด ซึ่งเป็นแม่ของเห็น ว่าลูกชายของตนมีอากหารแปลกแปลก ก็รีบเข้าไปสอบถามอาการ ทันทีแต่ผู้เสียชีวิตนั้นไม่มีอาการตอบสนองคล้าย กับว่าไม่รับรู้เรื่องราวอะไรแล้ว   นอกจากนี้ผู้เสียชีวิตยังปัสสาวะ ออกมา ทำให้คนเป็นแม่เริ่มใจคอไม่ดีรีบโทรไปที่เบอร์ 1669

เพื่อตามเจ้าหน้าที่ให้มาดูที่บ้านอย่างไรก็ตามเมื่อทางเจ้าหน้าที่ 1669 เดินทางมาถึงปรากฏว่าเจ้าหน้าที่เห็นว่าผู้เสียชีวิตเริ่มไม่มีการตอบสนองแล้วจึงได้ทำการปั๊มหัวใจโดยใช้ระยะเวลาในการปั๊มหัวใจนานถึง 30 นาทีแต่ก็ไม่มีการตอบสนองใดๆซึ่งในที่สุดแพทย์ที่มากับหมายเลข 1669 ก็บอกกับทางแม่ของผู้เสียชีวิตว่าลูกชายได้ตายแล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาประมาณ 20:00 น พอดี 

         อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำร่างของผู้เสียชีวิตไปทำการชันสูตรที่โรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่งถึงสาเหตุของการเสียชีวิตโดยมีโรงพยาบาลแหลมฉบังเป็นผู้ทำการตรวจสอบศพแต่ทางโรงพยาบาลไม่สามารถค้นหาสาเหตุของการเสียชีวิตได้

จึงมีการส่งศพต่อไปยังโรงพยาบาลตำรวจซึ่งเพื่อจะหาสาเหตุของการเสียชีวิตอีกครั้งหนึ่งโดยทางโรงพยาบาลตำรวจแจ้งว่าอาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการรอผลตรวจประมาณ 1-2 เดือน

        อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้นางสายหยุดนั้นติดใจสาเหตุการตายของลูกชายตนเอง  เนื่องจากว่าก่อนที่จะมีการไปเข้ารับการฉีดวัคซีนผู้เสียชีวิตยังไม่มีอาการป่วยกำเริบยังดูแลเป็นคนแข็งแรงอยู่แต่หลังจากฉีดวัคซีนกลับมาก็มีอาการดังกล่าวเกิดขึ้นดังนั้นครอบครัวจึงต้องการที่จะให้มีการตรวจสอบศพอย่างละเอียดเพราะต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิตนั้นเอง 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet สมัครสมาชิก

สาวป่วยโควิด-19  สั่งอาหารผ่านไลน์แมน น้ำตาไหลเลยได้ทั้งอาหารและไม่ถูกคิดเงิน

   สาวป่วยโควิด-19 เมื่อวันที่ 18 เดือนสิงหาคมปีพ.ศ. 2564 มีเรื่องราวสุดประทับใจเกิดขึ้นซึ่งได้มีหญิงสาวคนหนึ่งโพสต์ทวิตเตอร์เล่าเรื่องราวที่เธอนั้นเกิดความประทับใจและเธออยากเผยแผ่เรื่องราวดีๆเหล่านี้ให้กับคนในโลกออนไลน์ได้ฟังว่าในปัจจุบันนี้เรายังเจอคนดีอยู่ในสังคมไทยอยู่

ซึ่งเธอได้ระบุว่าตัวเธอเองนั้นมีอาการป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด  แต่อาการป่วยของเธอไม่ได้รุนแรงมากนักเมื่อตรวจสอบอาการและแบ่งกลุ่มแล้วปรากฏว่าอาการของเธอนั้นยังอยู่ในจัดกลุ่มคนไข้สีเขียวซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล

        ดังนั้นเธอจึงรักษาตัวด้วยการทำ Home isolation ซึ่งวิธีการนี้ก็คือการที่ผู้ป่วยนั้นรักษาตัวด้วยการอยู่ที่บ้านพร้อมทั้ง Video Call คุยกับคุณหมอรวมถึงจะมีการส่งยามาให้ผู้ป่วยที่บ้านอย่างไรก็ตามการรักษาอาการแบบนี้ผู้ป่วยจะต้องกักตัวอยู่แต่ในบ้านเท่านั้นไม่สามารถออกไปภายนอกได้ดังนั้นหญิงสาวคนนี้จึงใช้บริการสั่งอาหารผ่านทางเดลิเวอรี่

ซึ่งในการสั่งอาหารผ่านได้ลิเวอรี่นี่เองที่ทำให้เธอได้เจอกับเรื่องราวที่สร้างความประทับใจให้กับเธอไม่รู้ลืม โดยระบุว่าเธอได้มีการสั่งอาหารผ่านทางไลน์แมนแต่เธอใช้วิธีการชำระด้วยเงินสด

      โดยเธอส่งข้อความแจ้งกับไลน์แมนว่าเธอจะขอจ่ายด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีเนื่องจากว่าเธอไม่มีบัตรเครดิตและเธอให้ทาง Line Man แขวนอาหารไว้ที่หน้าประตูห้องเนื่องจากว่าเธอนั้นติดเชื้อไวรัสโควิด หลังจากที่ LINE Man รับ Order ของเธอไปแล้วและเมื่อถึงเวลาที่จะต้องนำอาหารมาส่งปรากฏว่าอาหารก็มาแขวนไว้ที่หน้าประตูแต่

เมื่อเธอเปิดประตูเพื่อนำอาหารเข้ามาในห้องปรากฏว่าเธอได้เจอกับกระดาษซึ่งเขียนข้อความเอาไว้เป็นข้อความให้กำลังใจเธอพร้อมระบุว่าไม่คิดเงินค่าอาหารของเธอและยังระบุด้วยว่าเขาเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันกับเธอ

          ทั้งนี้ข้อความดังกล่าวยังระบุด้วยว่าให้เธอนั้นเอาเงินไว้รักษาตัวซึ่งนอกจากเธอจะไม่ต้องโอนเงินเพื่อจ่ายค่าอาหารให้กับไลน์แมนแล้วยังมีเงินบางส่วนที่ถูกใส่ซองมาในถุงอาหารให้เธอด้วยทำให้เธอนั้นเกิดความรู้สึกประทับใจและอยากจะบอกต่อความประทับใจที่เกิดขึ้นกับเธอนี้ให้กับคนในสังคมได้รู้กันว่ายังคงมีคนดีที่คอยช่วยเหลือ

ซึ่งกันและกันและไม่รังเกียจคนที่ติดเชื้อไวรัสโควิชซึ่งเธอได้เจอคนดีในช่วงที่เธอเจอความทุกข์ยากนี้เองอย่างไรก็ตามหญิงสาวคนดังกล่าวระบุว่าเธอไม่รู้ว่าเงินดังกล่าวนั้นเป็นเงินของทาง LINE Man ให้เธอมาหรือเป็นของทางร้านอาหารให้เธอมาเพราะไม่ได้มีการเขียนเอาไว้แต่เธอก็ขอบคุณความมีน้ำใจของคนที่ให้เงินเธอมาในครั้งนี้ 

 

สนับสนุนโดย.  www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ