สนั่นโซเชียล เอกสารการแต่งตั้งตำแหน่งครูผู้ช่วยคนเดียวควบ 4 ตำแหน่งคนเดียวในโรงเรียน

   สนั่นโซเชียล  เมื่อวันที่ 14 เดือนพฤศจิกายนปีพศ 2564 ได้มีการแชร์ภาพเอกสารซึ่งระบุว่าเป็นเอกสารของโรงเรียนแห่งหนึ่งโดยเอกสารดังกล่าวนั้นเป็นข้อความที่ใช้สำหรับในการแต่งตั้งหรือมอบหมายตำแหน่งงานหน้าที่ให้กับบุคลากรคนหนึ่งในโรงเรียน

โดยตำแหน่งงานมีทั้งหมด 4 ตำแหน่งด้วยกันมีตั้งแต่หัวหน้ากลุ่มบริหารงานบุคคลรวมถึงหัวหน้ากลุ่มบริหารงานงบประมาณและยังมีหัวหน้ากลุ่มบริหารงานวิชาการและหัวหน้ากลุ่มบริหารงานทั่วไป

        ซึ่งทั้ง 4 ตำแหน่งนี้ ได้มีการระบุคนรับตำแหน่งเป็นชื่อคนคนเดียวเท่านั้นโดยคนที่ได้รับตำแหน่งทั้ง 4 ตำแหน่งควบนี้คือนางสาวพรพิมลนอกจากนี้ถ้าหากดูในเอกสารที่เป็นคนมอบหมายตำแหน่งนี้ให้นั้นและเป็นคนเซ็นมอบตำแหน่งนี้ให้ก็ยังเป็นนางสาวพิมลเช่นเดียวกัน   

       โดยในเอกสารยังมีการระบุเกี่ยวกับตำแหน่งผู้อำนวยการของโรงเรียนด้วยว่าในขณะนี้ไม่มีผู้อำนวยการโรงเรียนแต่มีรักษาการแทนซึ่งคนที่รักษาการและมีอำนาจหน้าที่ที่จะสามารถเซ็นอนุมัติมอบตำแหน่งใดๆภายในโรงเรียนได้ก็ยังเป็นนางสาวพรพิมลนั่นเอง  

หลังจากที่เอกสารดังกล่าวหลุดมาในโลกออนไลน์ก็ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากคนในโลกออนไลน์ซึ่งมองว่าการที่คนคนเดียวสามารถรับตำแหน่งควบคุมภายในโรงเรียนเดียวกันถึง 4 ตำแหน่งนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติและไม่ควรมี

      เพราะเหมือนกับเป็นการมอบหมายงานสำคัญสำคัญให้กับคนคนเดียวทำและตำแหน่งที่มีการมอบมานั้นทั้ง 4 ตำแหน่งเป็นตำแหน่งที่สำคัญของโรงเรียนทั้งสิ้นซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งที่เป็นใหญ่มากที่สุดในโรงเรียน  

สำหรับเรื่องราวดังกล่าวนั้นเชื่อว่าทางด้านกระทรวงศึกษาธิการน่าจะมีการลงมาตรวจสอบเนื่องจากว่าข่าวนี้เป็นข่าวโด่งดังไม่ใช่เฉพาะในโลกออนไลน์เพียงอย่างเดียวเท่านั้นเพราะขณะนี้เมื่อในโลกออนไลน์มีการแชร์กันเป็นวงกว้างจึงได้มีนักข่าวมาทำข่าวนี้และถูกนำไปโพสต์ในสื่อต่างๆ

        ซึ่งเรื่องนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการจะต้องออกมาตอบคำถามประชาชนให้ได้ว่าเหตุใดจึงมีการแต่งตั้งบุคลากรที่ทำงานในโรงเรียนควบถึง 4 ตำแหน่งใหญ่ด้วยกัน   เพราะเชื่อว่าประชาชนที่ให้ลูกหลานไปเรียนในโรงเรียนดังกล่าวคงต้องอยากรู้ว่าโรงเรียนมีปัญหาภายในและจะส่งผลกระทบต่อการเรียนของลูกหลานของตนเองหรือไม่อย่างแน่นอน 

     อย่างไรก็ตามหลังจากเรื่องนี้เป็นข่าวดังซึ่งเป็นบุคคลที่ต้องออกมาชี้แจงมากที่สุดยังคงเงียบอยู่และยังไม่มีการตอบคำถามของสังคมรวมถึงทางด้านกระทรวงศึกษาธิการเอง ก็ยังไม่ได้ ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ว่าจะมีการตรวจสอบหรือมีการจัดการอย่างไร เพื่อให้ประชาชนสบายใจ 

    สำหรับเอกสารการแต่งตั้งตำแหน่งนี้ หากเป็นเอกสารฉบับจริงนั่นก็แสดงให้เห็นว่าแวดวงการศึกษาของไทยก็มีการทุจริตเกิดขึ้นแล้วเช่นกัน โดยเอกสารนี้สามารถใช้เป็นหลักฐานได้เลย 

 

สนับสนุนโดย.  www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ

Social แฉ คณะครูจะไปดูงานต่างจังหวัด ดูงานแค่ชั่วโมงเดียวนอกนั้นเที่ยว 

Social แฉ คณะครูจะไปดูงาน  กำลังมีการพูดถึงกันอย่างมากในโลกออนไลน์เกี่ยวกับข้อความของเพจหนึ่งซึ่งมีการระบุเรื่องราวของทริป  ออกต่างจังหวัดของคณะครูของโรงเรียนแห่งหนึ่ง โดยมีการโพสต์เอาไว้เมื่อวันที่ 11 เดือนพฤศจิกายน ปีพ.ศ. 2564  สำหรับภาพที่มีการแชร์กันนั้นเป็นทริปโครงการไปราชการเพื่อศึกษาดูงานที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 

           สำหรับโรงเรียนที่จัดทริปนั้นเป็นโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี  โดยกำหนดการเดินทางอยู่ระหว่างวันที่ 8 ถึงวันที่ 10 เดือนพฤศจิกายน ปี พ.ศ 2564 ที่ผ่านมา  อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือมีคณะครูที่ไปในทิศดังกล่าวได้มีการโพสต์ข้อความแสดงตารางเวลาในทริปที่ตนเองไป

ว่ามีการทำกิจกรรมอะไรบ้างลงใน Facebook ส่วนตัวซึ่งภาพส่วนใหญ่ที่มีการนำมาโพสต์นั้นจะเป็นภาพการถ่ายชุดว่ายน้ำอยู่ริมทะเลภาพครูอาจารย์ที่ไปร่วมกันพร้อมกับงบเสียค่าใช้จ่ายไป 30000 บาทเอารถทัวร์   

        นอกจากนี้รายการในทริปนั้นมีทั้งดำน้ำดูปะการังนาน 5 ชั่วโมงหรือแม้แต่การไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารริมทะเลนั่งดื่มเครื่องดื่มเย็นๆในคาเฟ่

และมีการระบุตารางเวลาเพื่อเข้าไปดูการสอนของโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอหัวหินซึ่งตามเวลาที่มีการโพสต์เอาไว้นั้นมีการระบุว่าดูงานเพียงแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้นหลังจากดูงานเสร็จทุกคนก็พากันขึ้นรถและเดินทางกลับบ้าน  

   อย่างไรก็ตามเมื่อโพสต์นี้ได้ถูกแชร์ต่อกันออกไปก็ทำให้คนในโลกออนไลน์ต่างก็พากันวิจารณ์อย่างหนักโดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกมาจัดทริปดูงานโดยใช้งบประมาณของแผ่นดินซึ่งเป็นภาษีของประชาชนแต่กลับใช้ข้ออ้างในการจัดโครงการเพื่อเป็นข้ออ้างในการพากันมาเที่ยวเป็นหมู่คณะ

นอกจากนี้หลายคนยังระบุด้วยว่าปกติแล้วข้าราชการไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานไหนครู   ทหารหรือตำรวจต่างก็อ้างเกี่ยวกับโครงการดูงาน เพื่อที่จะได้นำเงินงบประมาณของแผ่นดินหรือของหลวงมาใช้จ่าย  เพื่อหาประโยชน์ให้กับตนเอง 

      ดังนั้นวิธีการแบบนี้มีมานานแล้ว  ขณะเดียวกันก็มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ว่า  บรรดาครูทั้งหลายนั้นต้องทำงานหนักทั้งปีและต้องไปทำงานก่อนที่จะถึงเวลาเข้างานแล้วต้องกลับบ้านหลังเวลาเลิกงานดังนั้นการจัดทัวร์หรือโครงการเยี่ยมชมงานตามต่างจังหวัดและมีการแวะพักผ่อนนั้นจึงเหมือนกับเป็นการคลายเครียดพร้อมกันนี้ยังแนะนำว่าชาวโซเชียลควรจะปล่อยให้คุณครูเหล่านั้นได้มีความสุขบ้าง  

    โดยหลังจากข้อความนี้ถูกเผยแพร่ออกมาก็ทำให้คนในโลกออนไลน์พากันเดือดเลยทีเดียวซึ่งทุกคนต่างก็เข้ามา comment เป็นเสียงเดียวกันว่าทุกคนสามารถไปพักผ่อนคลายเครียดได้แต่ต้องใช้งบประมาณเงินส่วนตัวของตนเองในการที่จะไปเที่ยวคลายเครียดไม่ควรใช้งบของหลวง                                                 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabetฝ่ายบริการ

มนุษย์ป้าจอดรถขวางหน้าบ้านพ่อขอให้ขยับกลับด่าไฟแลบ 

   มนุษย์ป้าจอดรถขวางหน้าบ้าน  เมื่อวันที่ 31 เดือนตุลาคมปีพศ 2564 ในโลกออนไลน์มีการแชร์เหตุการณ์ในคลิปเหตุการณ์หนึ่งซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่มีมนุษย์ป้าคนหนึ่งกำลังยืนด่าทอชายหนุ่มคนหนึ่ง

ซึ่งเป็นผู้ถ่ายคลิปโดยในคลิปจะเห็นได้ว่าฝ่ายชายนั้นได้มีการมาขอร้องไห้ป้าที่อยู่บ้านฝั่งตรงข้ามช่วยขยับรถที่จอดอยู่หน้าบ้านเนื่องจากว่าขวางทางเข้าออกแต่กลับถูกต่อว่าอย่างรุนแรงและมีการด่าไปถึงพ่อถึงแม่อีกด้วย

     ทำให้ชายหนุ่มดังกล่าวนั้นได้มีการถ่ายคลิปแล้วนำไปโพสต์ใน Facebook จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก   สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ปากเกร็ดจังหวัดนนทบุรีโดยหมู่บ้านดังกล่าวนั้นเป็นหมู่บ้านประชานิเวศน์ 2 และตรงจุดที่บริเวณเกิดเหตุนั้นอยู่แยก3 ซอย 22    

    ทางด้านผู้ถ่ายคลิปนั้นได้มีการมนุษย์ป้าที่อยู่ในคลิปนั้นมักจะจอดรถหน้าบ้านค้างทิ้งเอาไว้เสมอซึ่งทำให้ตัวเขาเองนั้นเวลาที่จะขับรถเข้าบ้านหรือขับรถออกนอกบ้านนั้นต้องใช้ระยะเวลานานขึ้นเพราะต้องคอยระมัดระวังกลัวรถจะไปเฉี่ยวชนกันเคยมีการติดต่อขอให้ขยับรถหลายครั้ง

แต่มนุษย์ป้าก็ไม่ยอมปฏิบัติตามทั้งที่บริเวณหน้าบ้านซึ่งเป็นโรงจอดรถของบ้านของทุกหลังบ้านของมนุษย์ป้าเองนั้นก็ยังมีพื้นที่โล่งสามารถนำรถเข้าไปจอดในพื้นที่บ้านของตนเองได้ส่วนการจอดรถขวางหน้าบ้านนั้นเป็นพื้นที่สาธารณะที่ทุกคนต้องใช้ร่วมกัน

   อย่างไรก็ตามหลังจากที่เคลียร์กันไม่ได้ชายหนุ่มจึงได้มีการโทรตามเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วยเคลียร์ปัญหาให้

  เบื้องต้นในขณะนี้สามารถพูดคุยตกลงเจรจากันได้แล้วโดยลูกชายของมนุษย์ป้านั้นได้ออกมาช่วยเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นให้โดยขอร้องชายที่ขายคลิปซึ่งอยู่บ้านฝั่งตรงข้ามว่าถ้าหากว่าแม่ของเขามาเขาจะขอจอดรถขวางหน้าบ้านเพื่อความสบายใจของแม่เนื่องจากว่าแม่ของเขานั้นเป็นคนหัวดื้ออธิบายอย่างไรก็ไม่เข้าใจ

          ดังนั้นเขาจึงไม่อยากขัดใจแม่แต่ถ้าหากว่าแม่ของเขานั้นไปหนูยินดีที่จะเอารถเข้าไปจอดในบ้านของตนเองให้ซึ่งทางผู้ถ่ายคลิปเองก็ยินยอมที่จะปฏิบัติตามดังนี้ซึ่งเป็นข้อตกลงร่วมกัน   อย่างไรก็ตามสำหรับปัญหาเพื่อนบ้านจอดรถขวางทางเข้าออกขวางหน้าบ้านหรือแม้แต่จอดรถในพื้นที่หมู่บ้านทำให้คนในหมู่บ้านนั้นได้รับความ เดือดร้อนนั้น

เรามักจะพบเห็นกันเป็นประจำอยู่แล้วปัญหาเรื่องของการจอดรถขวางหน้าบ้านนับว่าเป็นเรื่องที่โชคดีเป็นอย่างมากแต่ส่วนใหญ่แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นที่คนอาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านเดียวกันมักจะไม่นำรถเข้าไปจอดในโรงจอดรถของตนเองแต่มักจะจอดทิ้งเอาไว้หน้าบ้านและเป็นสาเหตุที่ทำให้เพื่อนบ้านมักจะทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง 

 

สนับสนุนโดย.  สล็อต ยิงปลา ฝากขั้น ต่ํา 100

ยกเลิกกฎเรียน 8 ปีไม่จบแล้วโดนรีไทร์

ยกเลิกกฎเรียน 8 ปีไม่จบแล้วโดนรีไทร์ เมื่อวันที่ 27 เดือนตุลาคม ปีพ.ศ.2564  มีการประกาศออกมาจากกระทรวงศึกษาธิการ  เกี่ยวกับเงื่อนไขกฎระเบียบข้อบังคับมาตรฐานการเรียนจบของระดับปริญญา 

โดยก่อนหน้านี้ใครใครก็รู้กันดีว่าหากมีการเรียนแล้ว เรียนไม่จบเรียนซ้ำชั้น จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ถ้าไม่เรียนครบทุกหน่วยกิจภายในระยะเวลา 8 ปีจะถูกให้ออกจากมหาวิทยาลัย หรือที่เราเรียกกันว่าถูกรีไทร์ทันที 

   ดังนั้นสิ่งที่นักศึกษาทุกคนรู้กันเป็นอย่างดีก็คือ ต่อให้เรียนแย่ หรือขี้เกียจมากแค่ไหนก็ต้องเก็บทุกหน่วยกิจให้ได้ภายใน 8 ปี  แต่ถึงแม้จะมีรู้กฎนี้ในแต่ละปี ก็มักจะมีคนที่ถูกรีไทร์ออกจากมหาวิทยาลัยกันหลายคน หากนับรวมของทุกมหาวิทยาลัยในประเทศ

ก็อาจจะมีหลักร้อยได้เลยทีเดียว ส่วนแต่ละคนนั้นจะมีสาเหตุของการถูกรีไทร์เพราะอะไรนั้นจะมีเหตุผลที่แตกต่างกันออกไป บางคนเรียนแย่ ขี้เกียจ  แต่บางคนก็ติดขัดด้านอื่น เช่น ไม่มีเงินเรียน ตอ้งดร็อปเรียนไปทำงาน หากเงินกลับมาเรียนใหม่เป็นต้น 

     สำหรับเงื่อนไขการเรียนให้จบการศึกษาของเดิมนั้น  จะมีการกำหนดสำหรับระดับปริญญาเอาไว้ที่ 8 ปี แต่ถ้าปริญญาโทนั้น 5 ปี รวมถึงปริญญาเอกนี้น 6 ปี หากมีคนเรียนเต็มปีตามที่กำหนดแล้วยังเก็บหน่วยกิจการเรียนไม่หมดก็จะถูกให้ออก 

ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการ จึงได้มีการเปลี่ยนเงื่อนไขกฎใหม่ เพราะเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเรียน และที่สำคัญนั้นเห็นว่ามีคนมากมายที่ใฝ่เรียนรู้และมีปัญหาทางด้านครอบครัวและการเงิน ทำให้ไม่สามารถที่จะเรียนจบตามที่มีการกำหนดเอาไว้ได้ 

    ดังนั้น หากใครที่มีปัญหาด้านคอรบครัว หรือการเงิน จะมีการยกเว้นเกี่ยวกับการถูกรีไทร์ ซึ่งนั่นหมายถึงว่านับแต่นี้ต่อไป จะเรียนให้จบโดยใช้ระระเวลานานแค่ไหนก็ได้  เพราะระหว่างที่มีการลงเรียน อาจจะมีคนที่มีความจำเป็นต้องไปทำงาน ระหว่างที่มีการเรียนดังนั้น กฎเรียนไม่จบภายใน 8 ปี จึงได้ถูกปรับเปลี่ยนไปเพื่อเป็นการใช้ชีวิตให้ทันโลก  โดยจะมีการยึดหลักการเรียนรู้ในชีวิตจริง  

   อย่างไรก็ตามถึงแม้จะไม่ได้กำหนดว่าจะต้องมีการเรียนให้จบภายใน 8  ปีแล้ว แต่เงื่อนไขของการถูกมหาวิทยาลัย รีไทร์ยังคงมีอยู่ โดยคนที่จะถูกรีไทร์ได้นั้น จะต้องมีความประพฤติที่ไม่ดี ผลการเรียนย่ำแย่ ไม่ส่งงาน ซึ่งการถูกรีไทร์จะดูที่พฤติกรรมของนักเรียนเป็นหลักนั่นเอง  เพราะหากไม่มีกฎเกณฑ์อะไรเลย อาจจะทำให้เหมือนเป็นการปล่อยปละละเลย และเด็กจะไม่มีความสนใจหรือกระตือรือร้นให้กับการการเรียนมากพอ 

 

สนับสนุนโดย.    gclub slot ทดลองเล่น