ยอดเงินบริจาคซื้อบ้านคืนสี่แม่เฒ่าได้ 1.5 ล้าน แต่เจ้าหนี้ ยอมขายคืน 2 ล้านบาท 

             เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ประมาณวันที่ 14 เดือนมิถุนายนปีพ.ศ. 2564 ได้มีข่าวโด่งดังเกี่ยวกับคุณยายซึ่งเป็นพี่น้องกันทั้งหมด 4 คนมีปัญหาเรื่องของที่อยู่อาศัยที่เจ้าของที่กำลังจะมายึดที่ดินโดย 4 หญิงชรานั้นจะไม่มีที่อยู่จึงได้ออกมาวอนขอให้คนนั้นสังคมช่วยเหลือครอบครัวของสีแม่เฒ่า นี้ด้วย  

        สำหรับสาเหตุที่ครอบครัวของหญิงชรา 4 คนต้องถูกยึดที่ดินไปนั่นก็เพราะว่ามีการนำที่ดินซึ่งเป็นที่บ้านไปทำการค้ำประกันกู้เงินเพื่อส่งหลานชายเพียงคนเดียวไปทำงานที่ประเทศไต้หวันแต่ปรากฏว่าถูกโกงไม่ได้มีงานทำและไม่มีเงินกลับมาใช้หนี้ทำให้เจ้าของที่ต้องทำการยึดที่ดินดังกล่าวไปและมีการนำไป ซึ่งคนที่ได้รับที่ดินไปก็มีการไปขายต่อให้กับบุคคลที่ 3 โดยในขณะนี้บุคคลที่ 3 นั้นมีการจะเข้ามายึดที่ดินดังกล่าวเพื่อนำไปขายอีกทอดหนึ่ง

          ซึ่งตอนที่ขายที่ดินนั้นหญิงชราขายที่ดินในราคาเพียงแค่ 9.8 แสนบาทเพียงเท่านั้นอย่างไรก็ตามแต่ปัจจุบันที่ดินมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นเจ้าของที่ดินคนปัจจุบันนั้นต้องการเรียกค่าคืนที่ดินดังกล่าวเป็นจำนวนเงินถึง 2 ล้านบาทในขณะที่คนในโลกออนไลน์หลังจากที่ได้ติดตามข่าวของสี่แม่เฒ่าชราก็พากันมอบเงินบริจาคให้   

         โดยในขณะนี้ยอดเงินบริจาคมีรวมแล้วทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทแต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการไปทำการขอซื้อคืนถึงแม้ว่าทางด้านสี่แม่เฒ่าจะทำการติดต่อกับเจ้าของที่เพื่อต่อรองราคาให้ลดลงแต่ทางเจ้าของที่ก็ยังยืนยันคำเดิมที่จะขายที่ดินคืนในราคา 2 ล้านบาท  

หลังจากที่หญิงชราทั้ง 4 คนออกมาเรียกร้องให้สังคมให้การช่วยเหลือนั้นก็มีทนายความอาสาติดต่อไปยังหญิงชราโดยในขณะนี้ทนายอาสาได้มีการพาหญิงชราทั้ง 4 คนไปติดต่อที่ศาลเพื่อทำการขอคำสั่งพิเศษให้ยืดเวลาการอาศัยที่อยู่เดิมออกไปก่อนเพราะต้องเป็นต้องหาเงินมาทำการซื้อที่ดินคืนหรือหาที่อยู่ใหม่

            ซึ่งในขณะนี้ยังหาไม่ได้  โดยศาล มีความเห็นใจและได้มีการอนุมัติออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยยืดระยะเวลาในการย้ายออกจากที่ดินดังกล่าวเพิ่มไปอีก 30 วันซึ่งจะสามารถยืดระยะเวลาให้หญิงชราทั้ง 4 คนนั้นหาเงินมาให้ครบ 2 ล้านบาทเพื่อซื้อที่ดินคืนกับคืนหรืออาจจะต้องหาซื้อที่ดินใหม่แล้วสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ 

         สำหรับเรื่องนี้หลังจากที่ทางด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรับทราบข่าวดังกล่าวก็เตรียมพร้อมที่จะเดินทางมาที่บ้านของคุณยายทั้ง 4 คนที่จังหวัดสุโขทัยในวันที่ 25 เดือนมิถุนายนปีพศ 2564 เพื่อจะต้องการเป็นตัวกลางในการเดินทางไปไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้ของคุณยายให้ช่วยลดค่าที่ดินลงมาเพื่อที่ได้ปัญหาจะได้จบลงด้วยดีทั้งสองฝ่าย 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    ufabet เว็บแม่

น้องโวลต์ ขอชี้แจง ดราม่า จนทิพย์ 

           กำลังเป็นกระแสดราม่าโด่งดังไปทั่วในโลกออนไลน์เกี่ยวกับ  น้องโวลต์  เด็กนักเรียนชั้นม 6  จากโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดมหาสารคามที่ได้มีการออกมาโพสต์ขอความช่วยเหลือเปิดรับบริจาคทุนการศึกษาเพื่อที่จะได้นำเงินไปเรียนมหาวิทยาลัยเนื่องจาก น้องโวลต์ สอบติดคณะแพทย์แต่ทางบ้านมีฐานะยากจน  

      อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการโพสต์ข้อความเปิดขอรับบริจาคเงินก็มีคนใจบุญใน Social Media โอนเงินให้เป็นจำนวนมากซึ่งในปัจจุบันนี้มียอดการโอนเงินให้สูงถึง 3 ล้าน 7 แสนบาทแล้วแต่ในขณะเดียวกัน

หลังจากที่มีคนโอนเงินเข้าไปก็มีคนบางส่วนได้มีการเข้าไปทำการเช็ค Facebook ของน้องโวลต์ ย้อนหลังซึ่งทำให้เห็นได้ว่าน้องนั้นมีข้าวของเครื่องใช้ซึ่งเป็นสินค้าราคาแพงไม่ว่าจะเป็น iPad Pro หรือแม้แต่น้ำหอมแบรนด์ดิออร์รวมถึงที่บ้านของน้องโวลต์ก็ยังมีรถเก๋งใช้พี่ชายขับรถบิ๊กไบค์และครอบครัวไม่ได้มีฐานะจนจริงเพราะยังมีการเปิดขายหวยออนไลน์อีกด้วย

     จากกระแสดราม่าที่เกิดขึ้นนี้เองทำให้ครอบครัวของน้องอยากจะออกมาชี้แจงให้กับคนในสังคมได้ทราบซึ่งคนในสังคม Social Media เองก็อยากจะฟังคำชี้แจงของน้องเช่นเดียวกันว่าแท้ที่จริงแล้วดราม่าที่ระบุว่าน้องจน ทิพย์นั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่  ซึ่งน้อง น้องโวลต์ก็ออกมาชี้แจงดังนี้

     เกี่ยวกับเรื่องของ iPad Pro นั้นน้องยืนยันว่าเป็นของน้องจริงด้วยน้องทำงานเก็บเงินหาซื้อเองซึ่งต้องใช้ระยะเวลานานปีกว่าถึงจะสามารถซื้อ iPad เครื่องนี้ได้ส่วนแอปเปิ้ลเพนซิลนั้น

ก็จำเป็นที่จะต้องใช้งานคู่กับ iPad Pro นั่นเองและเรื่องน้ำหอมนั้นน้องยืนยันว่าเป็นน้ำหอมแบรนด์ Dior จริงแต่น้องซื้อมาจากช้อปปี้  โดยซื้อมาในราคาเพียงแค่ 300 บาทเท่านั้นเพราะว่ามีการแบ่งขายนอกจากนี้เรื่องของรถเก๋งและรถบิ๊กไบค์ก็เป็นของพี่ๆไม่ใช่ของตัวน้องเอง

        อย่างไรก็ตามนักข่าวช่องอรุณอัมรินทร์ได้มีการลงไปยังหมู่บ้านของน้องเข้าไปทำการกับผู้ใหญ่บ้านซึ่งทางผู้ใหญ่บ้านเองก็ได้ให้ข้อมูลว่าเบื้องต้นนั้นทางผู้ใหญ่บ้านไม่ได้รู้เรื่องตอนที่ครอบครัวนี้เปิดรับบริจาคทุนการศึกษาพึ่งมารู้หลังจากที่มีข่าวโด่งดังเแล้ว และทางผู้ใหญ่บ้านยืนยันว่าครอบครัวของน้องมีฐานะปานกลางไม่ได้จนมากอย่างที่มีการทำข่าวกันที่สำคัญอุปกรณ์ต่างๆที่ถูกลงในข่าวนั้นเป็นของครอบครัวของน้องทั้งสิ้น 

        อย่างไรก็ตามทางด้านในอำเภอประจำจังหวัดมหาสารคามได้เดินทางไปเยี่ยมครอบครัวของน้องโวลต์เป็นที่เรียบร้อยแล้วและจะใช้วิธีแก้ไขปัญหาเพื่อสยบดราม่าที่เกิดขึ้นนี้โดยทางในอำเภอจะมีการตั้งเจ้าหน้าที่คอยมาควบคุมเกี่ยวกับเรื่องของการใช้จ่ายเงินบริจาคนี้

    โดยจะให้ครอบครัวของน้องได้มีการทำแบบแผนการใช้เงินระหว่างที่มีการเรียนในมหาวิทยาลัยตลอดระยะเวลา 6 ปีว่าต้องใช้เงินไปทำอะไรบ้างและเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ซึ่งการเบิกจ่ายทุกครั้งจะต้องมีทางเจ้าหน้าที่ประจำอำเภอเข้ามาตรวจสอบดูแลด้วยจึงเชื่อว่าวิธีการนี้จะทำให้คนในโลกออนไลน์นั้นพึงพอใจกับวิธีการจัดการ 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    ufabet เว็บแม่

ชายอ้างเป็นโมเดลลิ่ง หลอกพริตตี้ มาเสพยาก่อนข่มขืน 

          เมื่อวันที่ 1 เดือน พฤษภาคม  ปี พ.ศ. 2564  ได้มีหญิงสาวรายหนึ่งระบุว่าตัวเองนั้นเป็นนักศึกษาอยู่มหาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งได้เข้าดำเนินการแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เขาช่วยจับกุมชายคนหนึ่งชื่อว่านายเด่นภูมิโดยข้อหาที่ให้ทำการจัดกลุ่มนั้นก็คือมีการแอบอ้างเป็นโมเดลลิ่งและเรียกตัวพริตตี้ให้ไปรับงานเอนเตอร์เทน

แต่เมื่อเดินทางไปถึงยังสถานที่ที่แจ้งเอาไว้กับพบว่านายเด่นภูมินั้นใช้มีดบังคับจี้ให้พริตตี้เสพยาหลังจากนั้นก็ลงมือข่มขืนดูเหตุการณ์ในครั้งนี้มีพริตตี้จำนวนหลายๆที่เข้ามาให้ปากคำและแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเนื่องจากว่าถูกนายเด่นภูมิล่อลวงและบังคับข่มขืนเช่นเดียวกันซึ่งหญิงสาวที่มาแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.  บางขุนเทียน  

         อย่างไรก็ตามหลังจากที่พี่สาวได้ทำการแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจปรากฏว่าเมื่อทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงไม่ได้ทำการจับกุมในเด่นภูมิทันทีจนเป็นสาเหตุให้นายเด่นภูมินั้นสามารถหลบหนีการจับกุมไปได้โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่สามารถติดตามตัวนายเด่นภูมิมาดำเนินคดีได้เลย

         สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นพี่สาวที่มีการแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเล่าให้ฟังว่าตนเองนั้นมีอาชีพเป็นพริตตี้ได้รับการติดต่อจากนายเด่นภูมิซึ่งมีการทักแชทไปหาว่าต้องการพริตตี้จำนวนหนึ่งคนให้มารับงานเอนเตอร์เทนโดยนายเด่นภูมินั้นใช้รูปโปรไฟล์ปลอมโดยใช้โปรไฟล์เป็นรูปผู้หญิงหลังจากที่มีการพูดคุยกันแล้วจึงรู้ว่างานเอนเตอร์เทนในวันดังกล่าวนั้นพริตตี้จะได้รับค่าตัว 6,000 บาท

          ซึ่งเป็นการหักค่านายหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้วและยังมีพริตตี้คนอื่นอีก 2 คนที่ไปร่วมงานด้วยทำให้เธอนั้นรู้สึกไว้วางใจว่ามีเพื่อนร่วมงานคนอื่นจึงได้ตัดสินใจรับงานดังกล่าวแต่เมื่อพอไปถึงสถานที่ที่นายเด่นภูมิมีการแจ้งเอาไว้พอเปิดประตูเข้าไปก็พบนายเด่นภูมิอยู่ข้างในและไม่มีคนอื่นเลย  และนายเด่นภูมิก็ขังพริตตี้สาวคนดังกล่าวเอาไว้โดยใช้มีดบังคับให้พริตตี้สาวนั้นเสพยาไอซ์

        หลังจากนั้นก็บังคับข่มขืนพร้อมกับถ่ายคลิปเอาไว้แบล็คเมล์อีกด้วยโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้นั้นเธอสามารถที่จะหนีรอดออกมาได้เนื่องจากว่าเธอนั้น รอให้นายเด่นผมนอนหลับจึงได้มีการขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำคอนโดที่นายเด่นภูมิอาศัยอยู่หลังจากนั้นจึงประสานงานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมแต่ในที่สุดในเด่นภูมิก็สามารถหลบหนีไปได้นั่นเอง 

      สำหรับวงการพริตตี้นี้เป็นวงการที่สร้างรายได้ให้สาวสวยได้มาก แต่ก็สร้างอันตรายได้มากเช่นเดียวกัน 

 

สนับสนุนโดย    Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

บทสรุปของน้องเตยท้องทิพย์ 

           เป็นกระแสดราม่าให้คนติดตามกันมาหลายวันแล้วทีเดียวสำหรับน้องเตยและสามีที่มีการออกมาพูดถึงครอบครัวของตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมเนื่องจากมีการคลอดลูกฝาแฝดเพศชายและเพศหญิง ออกมาแล้วลูกเสียชีวิตพร้อมทั้งลูกยังหายไปอีก 1 คนโดยมีการทดโรงพยาบาลถึง 2 โรงพยาบาลด้วยกันพร้อมกันนี้ยังประกาศว่าจะมีการฟ้องร้องเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากทางโรงพยาบาลถึง 5 แสนบาทเลยทีเดียว

         อย่างไรก็ตามด้วยข่าวที่มีคนสนใจเป็นจำนวนมากทำให้นักข่าวหลายสำนักติดตามข่าวนี้อย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสามีภรรยาคู่นี้ได้ไปออกรายการโหนกระแส  โดยมีหนุ่มกรรชัยกำเนิดพลอยเป็นพิธีกรและได้มีการสอบถามเกี่ยวกับความเป็นมาถึงต้นเหตุของการที่ลูกเสียชีวิต 1 คนและหาย 1 คนซึ่งทางด้านครอบครัวของสามีภรรยาคู่นี้ก็ยืนยันว่าเป็นความจริงพร้อมทั้งยังมีหลักฐานรูปถ่ายช่วงที่มีการตั้งครรภ์และรูปถ่ายหลังจากที่คลอดเสร็จเรียบร้อยแล้ว

        แน่นอนว่าเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาคาใจเกิดขึ้นทั้งด้านพิธีกรหนุ่มกรรชัยใดพาสามีภรรยาคู่นี้ไปที่โรงพยาบาลที่ 3 เพื่อทำการตรวจร่างกายอีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะได้ สร้างความกระจ่างและแก้ไขข้อสงสัยให้กับคนทั้งประเทศว่าแท้ที่จริงแล้วน้องเตยที่บอกว่าท้องลูกแฝดและคลอดลูกออกมาแล้วเสียชีวิต 1 คนนั้นเป็นความจริงหรือไม่เพราะคนในโลกออนไลน์เริ่มสงสัยว่าน้องเตยอาจจะท้องทิพย์ก็เป็นไปได้

         โดยคนในโลกออนไลน์นั้นได้มีการจับโป๊ะแตกของน้องเตยจากภาพที่น้องเตยนำมาแสดงทางภาพอัลตร้าซาวด์ที่เป็นภาพ 4D และเป็นภาพของเด็กทารกที่อยู่ในตู้อบซึ่งหลายคนนั้นมองว่ามีความคล้ายคลึงกับภาพที่มีการแสดงในอินเตอร์เน็ต มากเลยทีเดียว 

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าคนในโลกออนไลน์จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าน้องเตยนั้นไม่ได้ท้องจริงเป็นเพียงแค่การโอนและเป็นการทองทิพย์เท่านั้นแต่เธอก็ยังยืนยันหนักแน่นพร้อมทั้งจะเอาหลักฐานมาแสดงให้กับทุกคนได้เห็นซึ่งจากที่นักข่าวไปสัมภาษณ์ครอบครัวของน้องเตยรวมถึงชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงกับน้องเตยทุกคนต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าเธอนั้นท้องจริงๆอย่างแน่นอน

        อย่างไรก็ตามเมื่อมีการตรวจร่างกายเสร็จเรียบร้อยแล้วทางโรงพยาบาลที่ 3 ก็ยืนยันว่าน้องเตยไม่มีสภาวะที่จะท้องได้อย่างเด็ดขาดเนื่องจากว่าร่างกายทุกส่วนที่มีการตรวจมานั้นไม่ใช่คนที่ท้องและเพิ่งคลอดลูกอย่างแน่นอน  ในที่สุดเมื่อวันที่ 23 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2564 สามีของน้องเตยก็ออกมาแถลงการณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า    น้องเตยนั้นทองทิพย์จริงๆ

  โดยสามีระบุว่าได้มีการคุยกับภรรยาแล้วเธอยอมรับแล้วว่าเคยตั้งครรภ์ได้ประมาณ 5 เดือนแล้วเกิดแท้งและไม่กล้าบอกกับสามี เพราะกลัวสามีโกรธเมื่อถึงกำหนดที่จะต้องคลอดเธอจึงต้องสร้างเรื่องราวขึ้นมา ซึ่งในตอนนี้สามี-ภรรยาคู่นี้ได้ออกมายอมรับกับสัมคมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ufabet เว็บแม่